My latest images for sale at Shutterstock:

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สงครามโลก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สงครามโลก แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ดูนกชมธรรมชาติที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) จ.บุรีรัมย์

Thai | English

         วันนี้ชวนไปดูนกชมธรรมชาติที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน จ.บุรีรัมย์ (เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม) ครับ

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 
ประวัติ/ความสำคัญ "เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) " 
       เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบินสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2498 เพื่อการชลประทานและการประปา แต่เดิมพื้นที่นี้เคยเป็นสนามจอดเครื่องบินรบของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนั้นได้มีนกมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากจึงได้ประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบินเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2523 โดยมีการสำรวจพบว่ามีนกมากกว่า 150 ชนิด หลายชนิดเป็นนกประจำถิ่น และนกอพยพจากต่างถิ่นในฤดูหนาวโดยเฉพาะในช่วงเดือน พฤศจิกายน – มีนาคม  (ที่มา : แผ่นโบรชัวร์ จ.บุรีรัมย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)
     
สถานที่ตั้ง  "เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area )  "
        ตำบล ประโคนชัย อำเภอ ประโคนชัย  จ.บุรีรัมย์

การเดินทางไป "เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) "
        จ.บุรีรัมย์ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

จ.บุรีรัมย์
(ที่มา : th.wikipedia.org)

         การเดินทางไป จ.บุรีรัมย์ สามารถเดินทางจากกรุงเทพมหานครด้วยรถยนต์รายละเอียดดังนี้ครับ
  • ขับไปตามหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) มุ่งหน้าไป จ.สระบุรี 
  • ถึง จ.สระบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) มุ่งหน้าไป จ.นครราชสีมา ซึ่งมี 2 ทางเลือกดังนี้  
    • เลี้ยวแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่าน อ.หนองกี่ -> อ.นางรอง -> เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 218 มุ่งหน้าเข้าสู่ จ.บุรีรัมย์ รวมระยะทาง 410 กม.
    • มุ่งหน้าไปตัวเมืองนครราชสีมา แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 226 ผ่าน อ.จักราช -> อ.ห้วยแถลง -> อ.ลำปลายมาศ และมุ่งหน้าเข้าสู่ จ.บุรีรัมย์ รวมระยะทาง 384 กม.
        การเดินทางไปดูนกชมธรรมชาติที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน 
        จากตัวเมือง จ.บุรีรัมย์ 
  • ขับไปตามหลวงหมายเลข 219 ทางมุ่งหน้าไป อ.ประโคนชัย
  • ขับไปประมาณ 30 กม.จะมีป้ายเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบินด้านซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปประมาณ 100 เมตรจะถึงจุดหมาย
      จาก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ 
  • ขับไปตามหลวงหมายเลข 24 ทางมุ่งหน้าไป อ.ประโคนชัย
  • เมื่อถึง อ.ประโคนชัยเลี้ยวซ้ายขับไปตามหลวงหมายเลข 219 ขับไปสักพักจะมีป้ายเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบินด้านขวามือ เลี้ยวเข้าไปประมาณ 100 เมตรจะถึงจุดหมาย
( แผนที่จาก :แผ่นโบรชัวร์ จ.บุรีรัมย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย )


แผนที่สำหรับเดินทางไปเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 

เดินทางถึงเป้าหมาย "เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) "
         เมื่อเดินทางถึงเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) จ.บุรีรัมย์  ไปย้อนรอยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสถานที่นี้เคยเป็นสนามจอดเครื่องบินรบของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และดูนกชมธรรมชาติที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบินกันครับ (รูปประกอบ : การเดินทางวันที่ 8 พฤศจิกายน 2558)

บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 
          จะมีป้ายบอกจุดหอดูนกและศาลาดูนก เรามุ่งหน้าไปดูนกกันเลยครับ ผู้เขียนใจร้อนอยากเห็นแล้วครับ

บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 

ทางเดินบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 

บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 

         ศาลาดูนก บรรยากาศดีมากครับ 

ศาลาดูนก เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 

ศาลาดูนก เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 
         บริเวณศาลาดูนก จะมีข้อมูลนกให้เราอ่านศึกษาไปด้วยในระหว่างดูนกและชมความงดงามของธรรมชาติ

ข้อมูลนกบริเวณศาลาดูนก เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 

ข้อมูลนกบริเวณศาลาดูนก เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 
          จะมีฝูงนกหลากหลายชนิดบินท้าลม ท้าแสงแดด อวดเรา ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน สวยงามมากครับ

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area ) 
  
           เสียดายจังครับ วันนั้นด้วยเวลาอันมีไม่มากจำเป็นต้องเดินทางต่อ อยากนอนดูนกทั้งวันเลยครับ และอยากแอบไป แชะๆๆๆ ภาพนกสวยๆ มาฝากเพิ่มเติม หากมีโอกาสแวะไปอีกจะนำมาฝากครับ
           หากใครชอบการท่องเที่ยวแบบสบายๆ ขับรถกินลม ชมความงามธรรมชาติ ตามรอยเหตุการณ์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ดูนกชมธรรมชาติ  ""เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ( Ang Kep Nam Sanam Bin Non-hunting Area )  จ.บุรีรัมย์" อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่เราไม่ควรพลาดไปเยือน...สวัสดีครับ


ชมสถาปัตยกรรมงามโดดเด่นที่ปราสาทหินเมืองต่ำ ( Prasat Hin Mueang Tam ) จ.บุรีรัมย์

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai ) จ.กาญจนบุรี


        สะพานข้ามแม่น้ำแคว อีกฉากหนึ่งในหนังเรื่อง "The Railway Man" วันนี้อยากชวนทุกคนไปตามรอยหนังเรื่องนี้ที่ จ.กาญจนบุรี  (แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก)  ที่  สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai ) ครับ


สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )

ประวัติ/ความสำคัญ "สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai ) " 
        สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสัญลักษณ์ของทางรถไฟสายมรณะแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียง ซึ่งทางรถไฟสายมรณะกองทัพญี่ปุ่นใช้ลำเลียงยุทโธปกรณ์และเสบียงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเส้นทางรถไฟสายมรณะมีต้นทางจากหนองปลาดุกในเมืองไทยและจากทันบูซายัตในพม่ามาบรรจบบกันที่สถานนีแก่งคอยท่าเมื่อวันที่ 16 ต.ค.2486 รวมระยะทาง 415 กิโลเมตร อยู่ในประเทศไทย 303.95 กิโลเมตร และในเขตพม่า 111.05 กิโลเมตร มีจำนวนสถานีทั้งสิ้น 61 สถานี ดังแผนที่ด้านล่าง (ที่มา : commemoration.gov.au)
     
 แผนที่ทางรถไฟสายมรณะ
(ที่มา : www.britain-at-war.org.uk )

        สะพานข้ามแม่น้ำแควสร้างขึ้นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟของกองทัพญี่ปุ่นจากสถานีชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ไปเมืองธันบูซายัต ประเทศพม่า ซึ่งการสร้างทางรถไฟเส้นทางดังกล่าว บางแห่งต้องทำสะพานข้ามน้ำลึกและเชี่ยวกราก
       กองทัพญี่ปุ่นเลือกสร้างสะพานข้ามน้ำแควใหญ่ที่บริเวณบ้านท่ามะขาม (สมัยนั้นเรียกว่าบ้านท่าม้าข้าม) ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี เนื่องจากพื้นดินด้านล่างมีความหนาแน่น ระยะแรกสร้างเป็นสะพานไม้ชั่วคราวก่อน ห่างจากสะพานปัจจุบัน 100 เมตร ใช้เวลาในการก่อสร้าง 3 เดือน ต่อมา สร้างเป็นสะพานเหล็กถาวรโดยนำเหล็กจากมะลายูมาประกอบกัน วางรางโดยเชลยศึกชาวอังกฤษ สะพานมีความยาวทั้งหมด 300 เมตรแบ่งเป็น 11 ช่วงตอม่อคอนกรีต เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2486 ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2487 ในระหว่างสงครามสะพานข้ามแม่น้ำแควถูกทหารสัมพันธมิตรโจมตีทางอากาศโดยการทิ้งระเบิดอย่างหนักจนสะพานหักท่อนกลาง ซึ่งต่อมาญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2488 (ที่มา : kanchanaburi.go.th)
        สะพานข้ามแม่น้ำแควที่เห็นในปัจจุบันรัฐบาลไทยได้ซ่อมแซมขึ้นใหม่เป็นเส้นทางรถไฟสายท่องเที่ยวในปัจจุบัน

สถานที่ตั้ง  "สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai ) "
        ต. ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี 71000

การเดินทางไป "สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai ) "
        เมื่อเดินทางไปถึงตัว อ.เมืองกาญจนบุรี (รายละเอียดการเดินทางจากกรุงเทพมหานครไป จ.กาญจนบุรี ) การเดินทางไปสะพานข้ามแม่น้ำแควรายละเอียดดังนี้ครับ(โดยรถยนต์)
  • ขับไปตามหลวงหมายเลข 323 ทางมุ่งหน้าไป อ.ไทรโยค 
  • เลี้ยวซ้ายก่อนถึงทางรถไฟที่ ซ.นิวซีแลนด์ (จะมีป้ายบอกทางไปสะพานข้ามแม่น้ำแควบอกทางเป็นระยะ) ขับไปเรื่อยๆประมาณ 750 เมตร สะพานข้ามแม่น้ำแควอยู่ด้านขวามือ  
( ภาพจาก : https://maps.google.com )


แผนที่สำหรับเดินทางไปสะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )

เดินทางถึงเป้าหมาย "สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai ) "
         เมื่อเดินทางไปถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai ) จ.กาญจนบุรี  มุ่งหน้าไปย้อนรอยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว สัญลักษณ์ของทางรถไฟสายมรณะกันครับ (ภาพประกอบ : การเดินทางวันที่ 25 ตุลาคม 2558 และ 12 พฤษภาคม 2557)

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )
        สะพานข้ามแม่น้ำแควสร้างขึ้นในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เห็นในปัจจุบันรัฐบาลไทยได้ซ่อมแซมขึ้นใหม่เป็นเส้นทางรถไฟสายท่องเที่ยว หากไปตรงกับช่วงรถไฟวิ่งผ่านนักท่องเที่ยวหรือผู้ไปเยือนสามารถบรรยากาศของทางรถไฟสายมรณะสายนี้ได้ยิ่งขึันครับ

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )
        สิ่งที่นักท่องเที่ยวหรือผู้ไปเยือนต้องทำและห้ามพลาด คือ ไปเดินบนสะพานข้ามแม่น้ำแคว ครับ

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )

มุมมองจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )

มุมมองจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai )
    
         หากใครชอบการท่องเที่ยวแบบสบายๆ ขับรถกินลม ชมความงามธรรมชาติ ตามรอยเหตุการณ์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  "สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai ) จ.กาญจนบุรี" อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่เราไม่ควรพลาดไปเยือนครับ...สวัสดีครับ

Download รูปความละเอียดสูงทางรถไฟสายมรณะ

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ( Huay Maekamin Waterfall ) จ.กาญจนบุรี
ตามรอยหนังเรื่อง "The Railway Man" ที่ ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )
สะพานไม้ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สะพานถ้ำกระแซ (Thamkrasae Bridge) จ.กาญจนบุรี
เยือนอุทยานประวัติศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย "อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ (Muang Sing Historical Park)" จ.กาญจนบุรี
ตลาดน้ำกองถ่ายฯค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี
สักการะบูชาพระบรมสาริกธาตุ กราบพระวัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี
ชมทิพยนาวาอาชาไนย และกราบพระวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) จ.กาญจนบุรี
เยือนวัดเสาร้อยต้น ประเทศพม่า

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ตามรอยหนังเรื่อง "The Railway Man" ที่ ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

Thai | English

        หนังเรื่อง "The Railway Man" คือหนึ่งแรงกระตุ้นให้อยากชวนทุกคนไปตามรอยหนังเรื่องนี้ที่ จ.กาญจนบุรี  (แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก) ครับ โดยจะชวนทุกคนไปตามรอยหนังเรื่องดังกล่าวและตามรอยเหตุการณ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่  "ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )"


ภาพยนตร์เรื่อง The Railway Man

ประวัติ/ความสำคัญ "ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )" 


        สถานที่ภาษาไทยเรียกว่าช่องเขาขาด ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าค็อนยู แต่ภาษาอังกฤษเรียกว่าช่องไฟนรก เป็นส่วนที่ยาวที่สุด และลึกที่สุดของความยาวทั้งหมดของทางรถไฟ ซึ่งนับว่าเป็นสถานที่เชลยศึกได้รับความทุกข์ทรมานมากที่สุดบนทางรถไฟสายไทย-พม่า
        ช่องเขาที่ขุดตัด โดยการวางแผนของวิศวกรรมชาวญี่ปุ่น และฝีมือแรงานของเชลยศึกและกรรมกร อันที่จริงจะมีการขุดตัดที่สองจุดหลัก คือ จุดหนึ่งมีระยะสั้นกว่า ซึ่งยาวเพียง 73 เมตร และลึกประมาณ 25 เมตร ส่วนอีกจุดหนึ่ง มีระยะยาวกว่า คือ ยาวประมาณ 450 เมตร และ ลึก 8 เมตร
        การขุดตัดช่องเขาที่นี่เรียกกันหลายชื่อ  ซึ่งเดิมเรียกว่า ช่องค็อนยู แล้วเรียกว่า ช่องทุบและตอก เนื่องจากจะได้ยินเสียงคนงานใช้วิธีทุบและตอกตลอดเวลาเพื่อขุดเจาะหลุมสำหรับวางระเบิด แต่ปัจจุบันนี้ ชื่อที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวไทยคือ ช่องเขาขาด ในหมู่ชาวต่างชาติคือ ช่องไฟนรก ซึ่งเป็นชื่อเรียกหลังจากที่เชลยศึกทำงานต่อเนื่องกันในเวลลากลางคืน โดยมีแสงสว่างจากกองไฟและคบเพลิง (ที่มา : ป้ายภายในช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ)
        ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำเป็นสถานที่จัดแสดงมินิเธียเตอร์เรื่องราวการสร้างทางรถไฟสายมรณะ และรวบรวมภาพถ่าย เครื่องใช้ ระหว่างการสร้างทางรถไฟในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (ที่มา : โบรชัวร์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภาคกลาง)

สถานที่ตั้ง  "ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )"
        ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา (กรป.กลาง) ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

เวลาเปิด-ปิด "ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ"
        เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 09.00-16.00


การเดินทางไป "ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )"
        การเดินทางไปช่องเขาขาด (รายละเอียดการเดินทางจากกรุงเทพมหานครไป จ.กาญจนบุรี ) รายละเอียดการเดินทางดังนี้ครับ(โดยรถยนต์)

 แผนที่การเดินทางไปที่ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass)
(ที่มา : ป้ายแผนที่ภายในช่องเขาขาด)
  • ขับจากจากตัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี มุ่งหน้าไป อ.ไทรโยค ตามหลวงหมายเลข 323
  • ขับไปประมาณ 80 กม. สังเกตุด้านซ้ายมือจะมีป้ายบอกแหล่งท่องเทียว "ช่องเขาขาด Hellfire Pass" และให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนาฯ จะมีป้ายบอกทางภายในกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนาฯ บอกทางเป็นระยะ

( ภาพจาก : https://maps.google.com )


แผนที่สำหรับเดินทางไปช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

เดินทางถึงเป้าหมาย "ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )"
         เมื่อเดินทางถึงช่องเขาขาด (Hellfire Pass) จ.กาญจนบุรี เราไปย้อนรอยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงมินิเธียเตอร์เรื่องราวการสร้างทางรถไฟสายมรณะ และรวบรวมภาพถ่าย เครื่องใช้ ระหว่างการสร้างทางรถไฟในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และเดินเท้าไปที่ช่องเขาขาดตามลำดับครับ (ภาพประกอบ : การเดินทางวันที่ 1 สิงหาคม 2558)



        จุดแรกที่เราจะเข้าไปย้อนรอยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 "ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ"



        พิพิธภัณฑ์จะพาย้อนกลับไปในช่วงเหตุการณ์ต่างๆ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ

        เล่าเรื่องราวตั้งแต่การโจมตีของญี่ปุ่นในปี พ.ศ.2484 และเหตุการณ์ต่างๆในช่วงดังกล่าวตามลำดับ

ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ

        มีการจำลองจุดต่างๆ ของรถไฟสายมรณะ

ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ

        อุปกรณ์ เครื่องใช้ ในช่วงดังกล่าว

อุปกรณ์ เครื่องใช้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ

        แบบจำลองโครงสร้างสะพานไม้ มาตราส่วน 1:125

แบบจำลองโครงสร้างสะพานไม้ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ


        มินิเธียเตอร์เรื่องราวการสร้างทางรถไฟสายมรณะ 

ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ

        หุ่นจำลองเชลยศึก

ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ

        เสื้อผ้า รองเท้า เชลยศึก

รองเท้าเชลยศึก ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ

        จากฉากหนึ่งของหนัง "The Railway Man" ในเรื่องดักฟังข่าวจากวิทยุมาตามรอยดูกันชัดๆ ที่นี่ครับ

จากฉากหนึ่งของหนัง "The Railway Man" ดักฟังข่าวจากวิทยุ

เครื่องวิทยุดักฟังข่าวจากวิทยุของเชลยศึก ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ

        จดหมายที่ส่งมาหาเชลยศึก

จดหมายที่ส่งหาเชลยศึก ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ

        บันทึกเล่าเหตุการณ์ในช่วงดังกล่าว

ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ

ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ

        หลังจากเก็บข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์ฯ เรียบร้อยแล้วอย่าลืมไปสัมผ้สธรรมชาติที่จุดชมวิวของพิพิธภัณฑ์ฯ  นะครับ

จุดชมวิวของพิพิธภัณฑ์ฯ

        จุดต่อไปเราจะเดินเท้าจากช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำไปที่ช่องเขาขาด


        ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำได้จัดสร้างทางลงเดินไปช่องเขาขาดไว้อย่างดีครับ สะดวกมากครับ 

ทางเดินไปช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ทางเดินไปช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ทางเดินไปช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

        ไปตามลูกศรครับ

ป้ายบอกทางไปช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

        ทางเดินที่เราเดินมุ่งหน้าไปช่องเขาขาดจะเป็นแนวทางการสร้างทางรถไฟสายมรณะเดิม

ทางเดินไปช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ทางเดินไปช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ทางเดินไปช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

        ถึงจุดหมายแล้วครับ "ช่องเขาขาด" หรือ "ช่องค็อนยู"  หรือ "ช่องไฟนรก"

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )
        ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass ) เป็นช่องเขาที่ขุดตัดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยการวางแผนของวิศวกรรมชาวญี่ปุ่น และฝีมือแรงานของเชลยศึกและกรรมกรในการขุดตัด เมื่อนักท่องเที่ยวหรือผู้ไปเยือนเดินทางไปถึงช่องเขาขาดคงอดคิดหรือจินตนาการความยากลำบากของเชลยศึกมิได้ครับ

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )
        การขุดตัดช่องเขาใช้วิธีทุบและตอกตลอดเวลาเพื่อขุดเจาะหลุมสำหรับวางระเบิด จุดนี้คือแท่นเจาะเก่าที่ชำรุด เหลือไว้ให้ตามรอยครับ

แท่นเจาะเก่าที่ชำรุด  ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )
        ญาติๆ ของเชลยศึกและแรงงานที่เสียชีวิตจะนำธงชาติ รูป และสิ่งแทนใจมาเสียบแปะไว้บริเวณช่องเขาขาด

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass )

        ตามรอยหนังเรื่อง "The Railway Man" ที่ ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass ) ดื่มด่ำกับบรรยากาศและย้อนรอยตามประวัติในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ให็เต็มที่ครับ




         หากใครชอบการท่องเที่ยวแบบสบายๆ ขับรถกินลม ชมความงามธรรมชาติ ตามรอยเหตุการณ์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  "ช่องเขาขาด ( Hellfire Pass ) จ.กาญจนบุรี"  อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่เราไม่ควรพลาดไปเยือนครับ...สวัสดีครับ

Download รูปความละเอียดสูงทางรถไฟสายมรณะ

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ( Huay Maekamin Waterfall ) จ.กาญจนบุรี
สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge on the River Kwai ) จ.กาญจนบุรี
สะพานไม้ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สะพานถ้ำกระแซ (Thamkrasae Bridge) จ.กาญจนบุรี
เยือนอุทยานประวัติศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย "อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ (Muang Sing Historical Park)" จ.กาญจนบุรี
ตลาดน้ำกองถ่ายฯค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี
สักการะบูชาพระบรมสาริกธาตุ กราบพระวัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี
ชมทิพยนาวาอาชาไนย และกราบพระวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) จ.กาญจนบุรี
เยือนวัดเสาร้อยต้น ประเทศพม่า