My latest images for sale at Shutterstock:

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิ่งแรกในไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิ่งแรกในไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

วัดสุวรรณดาราราม (Wat Suwandararam) จิตรกรรมสีน้ำมันบนฝาผนังปูนแห่งแรกในประเทศไทย


         วัดสุวรรณดาราราม (Wat Suwandararam)  อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ( ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา )  ชวนไปดูความงดงามของจิตรกรรมสีน้ำมันบนฝาผนังปูนแห่งแรกในประเทศไทยครับ


 ประวัติ/ความสำคัญ  : วัดสุวรรณดาราราม (Wat Suwandararam)



         ป้ายบริเวณวัดสุวรรณดารารามเขียนเล่าเกี่ยวกับวัดว่า "วัดสุวรรณดาราราม อยู่ในเกาะเมืองด้านทิศตะวันออกลงมาทางใต้ ใกล้ป้อมเพชร วัดสุวรรณดารารามเป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สถาปนาขึ้นโดยพระสุนทรอักษร (ทองดี) พระชนกในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ บริเวณอันเป้นนิวาสสถานเดิมของตระกูล วัดแห่งนี้เดิมชื่อว่า "วัดทอง"


วัดสุวรรณดาราราม (Wat Suwandararam) 

          ต่อมาในปี พ.ศ.2328 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พร้อมด้วยสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท พระอนุชาได้ทรงร่วมกันบูรณ ปฏิสังขรวัดแห่งนี้และโปรดเกล้าฯ ถวายนามวัดใหม่ว่า "วัดสุวรรณดาราราม"
          สิ่งก่อสร้างในวัดได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมในสมัยรัชกาลที่ 4 และปฏิสังขรครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 7 ในคราวสมโภชกรุงเทพฯ ครบ 150 ปี"


         ป้ายบริเวณวัดสุวรรณดารารามอีกป้ายเขียนเล่าเกี่ยวกับวัดต่อว่า "ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระวิหาร เป็นภาพเขียนด้วยสีน้ำมันเล่าเรื่องเกี่ยวกับพงศาวดารของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เขียนตามช่องว่างระหว่างประตูและหน้าต่าง ช่องละตอน รวมทั้งสิ้น 20 ตอน รวมถึงเขียนอักษรกำกับชื่อตอนไว้ใต้ภาพ ลำดับภาพเริ่มจากทางด้านซ้ายมือของพระประธาน วนไปตามเข็มนาฬิกา โดยเขียนเล่าเรื่องตั้งแต่ตอน พระอิศวรได้แบ่งภาคลงมาเกิดเป็นพระนเรศวร จนถีงเรื่องราวตอนที่สมเด็จพระนเรศวรเสด็จสวรรณคต และอันเชิญพระบรมศพกลับมาสู่พระนครศรีอยุธยา

ภาพจิตรกรรมภายในพระวิหารวัดสุวรรณดาราราม

          ภาพจิตรกรรมภายในพระวิหารแห่งนี้เขียนโดย พระมหาเสวกตรีพระยาอนุศาสตร์จิตรกร เขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ.2474 โดยใช้เทคนิคจิตรกรรมทางตะวันตกเข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับจิตรกรรมไทย และเชื่อว่าเป็นจิตรกรรมสีน้ำมันบนฝาผนังปูนแห่งแรกในประเทศไทย"
         
สถานที่ตั้ง วัดสุวรรณดาราราม (Wat Suwandararam)
         อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

การเดินทางไป วัดสุวรรณดาราราม (Wat Suwandararam)

แผนที่สำหรับเดินทางไปวัดสุวรรณดาราราม (Wat Suwandararam)

ถึงจุดหมาย : วัดสุวรรณดาราราม (Wat Suwandararam)
            เมื่อเราเดินทางไปถึงวัดสุวรรณดาราราม (Wat Sywandararam) เราไปตามรอยประวัติศาสตร์ ชมความงดงามของสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมสีน้ำมันบนฝาผนังปูนแห่งแรกในประเทศไทยกันครับ (รูปประกอบ : 15 ม.ค.2560 )

วัดสุวรรณดาราราม (Wat Suwandararam)
            เมื่อเข้าไปบริเวณวัดจะมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นสูงใหญ่อยู่ไม่ห่างจากพระอุโบสถและพระวิหาร ป้ายบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์เขียนเล่าว่า "ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นต้นไม้ที่แสดงถึงสัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เชื่อกันว่าต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นนี้ได้นำหน่อมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย"



ต้นพระศรีมหาโพธิ์
            และเมื่อมากราบพระที่วัดสุวรรณดาราราม สิ่งที่ต้องทำนั้นคือชมความงดงามของภาพจิตรกรรมภายในพระวิหาร จิตรกรรมสีน้ำมันบนฝาผนังปูนแห่งแรกในประเทศไทย
            ป้ายบริเวณพระวิหารเขียนเล่าว่า "พระวิหารเป็นอาคารที่สร้างขึ้นในสมัยรัชการที่ 4 ทั้งนี้เพราะหน้าบันมีตราพระมหาพิชัยมงกุฎซึ่งเป็นตราประจำรัชกาล
            ลักษณะของตัวอาคารเลียนแบบมาจากพระอุโบสถเพียงแต่ฐานพระวิหารไม่แอ่นท้องสำเภาเหมือนกับพระอุโบสถ

พระวิหารวัดสุวรรณดาราราม

พระวิหารวัดสุวรรณดาราราม

พระประธานภายในพระวิหารวัดสุวรรณดาราราม

            ภายในพระวิหารมีภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เขียนขึ้นคราวบูรณปฎิสังขรณ์สมัยรัชกาลที่ 7 จิตรกรผู้วาดคือ พระยาอนุศาสตร์จิตรกร (จันทร์  จิตรกร)"

ภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
           งดงามมากครับ ผู้เขียนค่อยๆ ดูความงาม ความละเมียดในงานศิลป์ เต็มอิ่มมากครับ หลังจากดื่มด่ำกับงานจิตรกรรมสีน้ำมันแล้ว ด้านหลังพระวิหารจะมีเจดีย์บรรจุพุทธสารีริกธาตุ อย่าพลาดไปนมัสการกันครับ

เจดีย์บรรจุพุทธสารีริกธาตุ

            พระอุโบสถวัดสุวรรณดาราราม อยู่ไม่ไกลจากพระวิหารครับ ในช่วงในวันเดินทางไปกราบพระที่วัดสุวรรณดารารามในวันนั้นพระอุโสถกำลังบูรณะครับ แต่สามรถเข้าไปกราบพระและชมความงดงามของภาพจิตรกรรม โดยเป็นงานจิตรกรรมแบบกรุงศรีอยุธยา รูปทรงพระอุโบสถภายนอกศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ทรงเรือสำเภา

อุโบสถวัดสุวรรณดาราราม
           และอีกสิ่งที่ต้องทำเมื่อมาถึงวัดสุวรรณดาราราม นั่นคือ กราบพระประธานภายในอุโบสถ ซึ่งรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้จำลองขยายส่วนมาจากพระแก้วมรกต

พระประธานภายในอุโบสถวัดสุวรรณดาราราม

พระประธานภายในอุโบสถวัดสุวรรณดาราราม
           ด้านหลังพระอุโบสถวัดสุวรรณดาราราม จะมี เจดีย์บรรจุอัฐิพระชนกนารถ ร.1 

เจดีย์บรรจุอัฐิพระชนกนารถ ร.1 

            อยากให้มาทุกคนมาเยือนครับ หากใครชอบการท่องเที่ยวแบบสบายๆ ขับรถกินลม ชมบรรยากาศ ไหว้พระ ตามรอยประวัติศาสตร์โบราณสถาน ดื่มด่ำความงดงามของจิตรกรรม  “วัดสุวรรณดาราราม (Wat Suwandararam)” คืออีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่เราไม่ควรพลาดไปเยือนครับ...สวัสดีครับ


วัดพระศรีสรรเพชญ์ จ.พระนครศรีอยุธยา วัดสำคัญที่สุดของราชสำนักอยุธยา
วัดพระเมรุราชิการาม วัดที่ใช้ทำสัญญาสงบศึกกับพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ( Wat Na Phra Mane )
วัดไชยวัฒนาราม ( Wat Chaiwatthanaram )
วัดมหาธาตุ พระอารามหลวงในสมัยอยุธยาที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (Wat Maha That)
วัดใหญ่ชัยมงคล (Wat Yai Chaimongkhon) อนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติและสัญลักษณ์แห่งการอภัยทานของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
มหาสงกรานต์ มหามงคล ไปสรงน้ำพระงานหลวงปู่ทวด ประจำปี 2559
สรงน้ำหลวงปู่ทวดปี 2558
เที่ยวประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ลาดชะโด หนึ่งปีมีครั้ง
ตลาดน้ำคลองสระบัว ( Ayutthaya Klong Sa Bua Floating Market & Water Theatre ) : กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงกิจการ
วัดแม่นางปลื้ม (Wat Mae Nang Pleum) เปี่ยมด้วยตำนานและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา
วัดกษัตราธิราชวรวิหาร (Wat Kasatrathirat Worawihan) อารามหลวงที่งดงามด้วยงานศิลป์ชั้นสูง
วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร (Wat Niwet Thamprawat Ratworawihan) วัดไทยแห่งเดียวในประเทศไทยที่สร้างแบบสถาปัตยกรรมยุโรป พระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรวิหาร วัดเก่าแก่สมัยรัชกาลที่ 5
วัดธรรมาราม (Wat Thammaram) สถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา สถานที่จำพรรษาของพระอุบาลีมหาเถระ
วัดธรรมิกราช (Wat Thammikarat) วัดที่มีพระมหากษัตริย์จะทรงเสด็จมาฟังธรรมเป็นประจำในวันพระ อธิฐานนำน้ำพระพุทธมนต์ไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บ
วัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ( Wat Lokaya Sutha ) จ.พระนครศรีอยุธยา


วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ( The National Museum Bangkok ) พิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชนแห่งแรกของประเทศไทย

          หลังจากเราไปเที่ยวไปชมไปเยือน

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี
พระพุทธรูปศิลาขาว นครปฐม
          วันนี้ชวนมาตามชมโบราณวัตถุของจริง ตามรอยประวัติศาสตร์ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ( The National Museum Bangkok ) กรุงเทพมหานคร (กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย) ครับ


ประวัติ/ความสำคัญ "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร" 


ป้ายหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ( The National Museum Bangkok ) 
          ป้ายหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เขียนเล่าบอกกล่าวไว้ว่า "เดิมเป็นพิพิธภัณฑสถานส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 4 จัดก็บรักษาศิลปโบราณวัตถุและเครื่องราชบรรณาการ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ใช้ศาลาสหทัยสมาคม (หอคองคอเดีย) ในพระบรมมหาราชวัง จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชน ขึ้น จากนั้นพิพิธภัณฑ์ได้ย้ายมายัง พระที่นั่งสามองค์ ในพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) รัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานพระที่นั่งและหมู่พระวิมานทั้งหมดในวังหน้า ให้ป็น พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร โดยได้จัดพื้นที่สำหรับการแสดงออกเป็น 3 หมวด คือ

  1. ประวัติศาสตร์ชาติไทย ตั้งแต่อาณาจักรสุโขทัยถึงสมัยรัตนโกสินทร์ จัดแสดง ณ พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน
  2. ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีในประเทศไทย แบ่งเป็น 2 ยุค โดยสมัยก่อนประวัติศาสตร์ จัดแสดงในพระที่นั่งศิวโมกข์ด้านหลัง ส่วนสมัยประวัติศาสตร์ จัดแสดงประติมากรรมสมัยพุทธศตวรรษที่ 18 ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ที่อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ และประติมากรรมสมัยก่อนพุทธศตวรรษที่ 18 จัดแสดงในอาคารมหาสุรสิงหนาถ
  3. ประณีตศิลป์และชาติพันธุ์วิทยา จัดแสดงเครื่องดนตรี เครื่องถม เครื่องถ้วย เครื่องทอง เครื่องมุก เครื่องไม้จำหลัก เครื่องสูง ผ้าโบราณ หัวโขน หุ่นกระบอก ฯลฯ ในอาคารหมู่วิมาน

         อาคารโรงราชรถ จัดแสดงราชรถที่ใช้ในการพระบรมศพ และเครื่องประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ "



          และจากเว็ปไซต์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม เขียนเล่าบอกกล่าวไว้ว่า "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นับเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชนแห่งแรกของประเทศไทยซึ่งตั้งขี้นเมื่อ พ.ศ.2402 แต่เดิมเป็น "พระราชวังบวรสถานมงคล" หรือวังหน้าซึ่งประกอบด้วยพระที่นั่งและพระตำหนักอันนับเป็นสถาปัตยกรรมไทย ที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง      
          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ขึ้นที่ พระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ ซึ่งทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ซึ่งเป็นเครื่องราชบรรณาการต่างๆ นับว่าเป็นบ่อเกิดของพิพิธภัณฑ์ในสมัยต่อมา               ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง "มิวเซียม" ณ ศาลาสหทัยสมาคม หรือหอคองคอเดียในพระบรมมหาราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นครั้งแรก เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมายุครบ 21 พรรษา เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2417 ครั้งต่อมาเมื่อ พ.ศ.2430 กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ทิวงคต จึงได้มีประกาศยกเลิกตำแหน่งพระอุปราชแล้ว ทำให้สถานที่ในพระราชวังบวรสถานมงคลว่างลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพิพิธภัณฑสถานจากหอคองคอเดีย ไปตั้งจัดแสดงที่พระราชวังบวรสถานมงคลเฉพาะด้านหน้า 3 องค์ โดยใช้พระที่นั่งด้านหน้าคือ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย เรียกว่า "พิพิธภัณฑ์วังหน้า"        
          ต่อมาในปี พ.ศ.2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระราชมณเฑียรในพระราชวังบวรสถานมงคลทั้งหมดให้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับ พระนครขึ้น และได้จัด พระที่นั่งศิวโมกขพิมานให้เป็นสถานที่จัดแสดง ศิลาจารึก คัมภีร์ ใบลาน สมุดไทย ตำราโบราณ เรียกว่าหอสมุดวชิรญาณ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2469 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ต่อมาประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลได้จัดตั้งกรมศิลปากรขึ้นเมื่อ พ.ศ.2476 พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร จึงได้เข้าสังกัดกับกรมศิลปากร และได้ประกาศตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อ พ.ศ.2477"          
 
สถานที่ตั้ง "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร"
         แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร"
        เวลาทำการ 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร

การเดินทางไป "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร"
         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ( The National Museum Bangkok ) อยู่ไม่ไกลจากวัดพระแก้วสามารถเดินเท้ามาเที่ยวชมได้ ดังแผนที่ด้านล่างครับ

แผนที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ( The National Museum Bangkok )

เดินทางถึงเป้าหมาย "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร"
            เมื่อเดินทางถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ( The National Museum Bangkok )  ไปตามชมโบราณวัตถุของจริง ตามรอยประวัติศาสตร์กันครับ (รูปประกอบ : ถ่ายวันที่ 2 เม.ย.2559)
            แผนผังห้องจัดแสดง ( Museum Plan)

แผนผังห้องจัดแสดง ( Museum Plan) ป้ายหน้าพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน

1.พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ห้องประวัติศาสตร์ชาติไทย
2.พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
3.อาคารมหาสุรสิงหนาท ประวัติศาสตร์ศิลปะไทยก่อนพุทธศตวรรษที่ 18
4.อาคารประภาสพิพิธภันฑ์ ประวัติศาสตร์ศิลปะไทยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 18
5.พระที่นั่งอิศราวินิจฉัยและหมู่พระวิมาน
6.พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์
7.โรงราชรถ
8.พระตำหนักแดง
9.ศาลาสำราญมุขมาตย์
10.พระที่นั่งมังคลาภิเษก
11.พระที่นั่งปาฏิหารย์ทัศไนย
12. ศาลาลงสรง
13.เก๋งนุกิจราชบริหาร
14. หออนุสรณ์เจ้าพระยายมราช
            ( เพื่อความกระชับของเนื้อหา ผู้เขียนจะแยกเนื้อหารออกเป็นหลายๆตอน และจะนำมาใส่ลิงค์คลิกอ่านรายละเอียดตามหมายเลขการจัดแสดงข้างบนต่อไป )

            ก่อนเข้าไปตามรอยประวัติศาสตร์ เราสังเกตุป้ายข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติก่อนครับ



           ไปดูไปตามชมโบราณวัตถุของจริง ตามรอยประวัติศาสตร์ ตามหา พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี ซึ่งจะจัดแสดงไว้ที่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ห้องประวัติศาสตร์ชาติไทยครับ ( ในแผนผังคือหมายเลข 1 )

 พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ห้องประวัติศาสตร์ชาติไทย

 พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ห้องประวัติศาสตร์ชาติไทย

           มุ่งหน้าตามรอยประวัติศาสตร์ดังเป้าหมายที่อยากมาชมความงดงามของโบราณศิลปะครับนั่นคือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี ของจริงที่กรมศิลปากรได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่นี่  

 พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี

 พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี
           ทัศนาความงดงามของโบราณวัตถุ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี องค์จริงให้เต็มความอยากเห็นครับ และไปดื่มด่ำกับความงดงามของโบราณวัตถุชิ้นอื่นๆ ที่สำคัญในทุกชิ้นที่ได้นำมาจัดแสดง ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ห้องประวัติศาสตร์ชาติไทย และร่วมภาคถูมิใจกับประวัติศาสตร์ชาติไทยร่วมกันต่อครับ 

  พระวิษณุ จากเทวสถานสำหรับพระนคร (ุ600-700 ปีมาแล้ว)

 พระอิศวร จากเทวสถานสำหรับพระนคร (ุ600-700 ปีมาแล้ว)

 พระเศียรพระพุทธรูป ขุดพบในวิหารหลวง วัดพระศรีสรรเพชญ์ (ุ500 ปีมาแล้ว)

ทับหลังภาพวิษณุอนันตศายิน (นารายณ์บรรทมสินธุ์) จากปราสาทกู่สวนแตง (ุ900 ปีมาแล้ว)
ศิลาจารึกหลักที่ 1 หรือศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พ.ศ.1835

  พระพุทธรูปทรงเครื่องนาคปรก จากวัดหน้าพระเมร (ุ900 ปีมาแล้ว)
            หลังเราชมความงดงามของโบราณวัตถุชิ้นต่างๆ ที่สำคัญที่ได้นำมาจัดแสดงในพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ห้องประวัติศาสตร์ชาติไทย เรียบร้อยแล้ว เราก็ไปตามรอยประวัติศาสตร์ ตามหาเป้าหมายต่อไปของเรากันต่อครับนั่นคือ พระพุทธรูปศิลาขาว จากการสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อหาจุดแสดงพระพุทธรูปศิลาขาว  ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ในส่วนการแสดงของพระพุทธรูปศิลาขาว(ในวันที่เข้าชม) กำลังปรับปรุงซ่อมบำรุงอาคาร ยังไม่เปิดให้เข้าชม หากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมบำรุงอาคารดังกล่าวเรียบร้อยและเปิดให้เข้าชมจะได้กลับมาตามรอยประวัติศาสตร์กันต่อไปครับ
            เราไปตามรอยประวัติศาสตร์ดูส่วนแสดงอื่นๆ ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครต่อครับ

พระที่นั่งพุทไธสวรรย์   ( ในแผนผังคือหมายเลข 2 )

พระตำหนักแดง ( ในแผนผังคือหมายเลข 8 )
 ศาลาสำราญมุขมาตย์  ( ในแผนผังคือหมายเลข 9 )

พระที่นั่งอิศราวินิจฉัยและหมู่พระวิมาน  ( ในแผนผังคือหมายเลข 5 )
 โรงราชรถ  ( ในแผนผังคือหมายเลข 6 )

 ศาลาลงสรง ( ในแผนผังคือหมายเลข 12 )
            หากใครชอบการท่องเที่ยวแบบสบายๆ ตามชมโบราณวัตถุของจริง ตามรอยประวัติศาสตร์ "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ( The National Museum Bangkok )" อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่ไม่ควรพลาดไปเยือนครับ...สวัสดีครับ


ตามรอยเจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ดาญาณที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho )
หอกลอง ( Drum Tower )

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ดูเครื่องบินเหลือเครื่องเดียวในโลกที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force)

Thai | English

         วันนี้ดูชวนทุกคนไปดูเครื่องบินเหลือเครื่องเดียวในโลกที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force) นั่นคือ "Hawk III" และ "Corsair"

เครื่องบิน Hawk III และ Corsair พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force)

 ประวัติ/ความสำคัญ  : พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force) 
พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force)
         กองทัพอากาศได้จัดตั้ง พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force)  ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2495 เพื่อรวบรวมและเก็บรักษาอากาศยาน อาวุธยุทโธปกรณ์เครื่องมือสื่อสารที่ใช้ในกองทัพอากาศ ตลอดจนบริภัณฑ์ประจำตัวนักบิน เครื่องแบบ เอกสารและพัสดุสำคัญอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับกิจการการบิน นำมาจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม พร้อมทั้งมีห้องสมุดประวัติศาสตร์การบินที่รวบรวมหนังสือ จดหมายเหตุ รูปภาพ และเอกสารทางประวัติศาสตร์ของกิจการบินไว้ศึกษา ค้นคว้า อีกทั้งยังมีกิจกรรมด้านการบินให้ได้ร่วมสนุกและสอดแทรกความรุ้เกี่ยวกับการบินอีกด้วย 
(ที่มา : แผ่นพับโบชัวร์พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ)
         
สถานที่ตั้ง :  พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force) 
        กองทัพอากาศ เลขที่ 171 ถ.พหลโยธิน แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กทม. 10210

เวลาเปิด/ปิดและค่าธรรมเนียมการเข้าชม :  พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force) 
  • เปิดให้เข้าชมทุกวัน  เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 
  • เปิดตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 16.00 น.
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

การเดินทางไป : พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force) 
         การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force) รายละเอียดดังนี้ (โดยรถยนต์)

แผนที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ
(แผนที่จาก : แผ่นพับโบชัวร์พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ)
         มาจากจากรังสิต
  • เริ่มจากฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ขับรถมุ่งหน้าไปตาม ถ.พหลโยธิน 
  • ขับไปเรื่อยๆ ผ่านแยก คปอ.จนถึงโรงเรียนนายเรืออากาศ (อยู่ด้านซ้ายมือ) สังเกตุพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force) จะอยู่ด้านขวามือ และเลี้ยวขวาเข้าพิพิธภัณฑ์
         มาจากสำนักงานเขตบางเขน
  • เริ่มจากสำนักงานเขตบางเขน ขับรถมุ่งหน้าไปตาม ถ.พหลโยธิน 
  • ขับไปเรื่อยๆ จนถึงโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช (อยู่ด้านขวามือ) ขับไปอีกประมาณ 1 กม.สังเกตุพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force) จะอยู่ด้านซ้ายมือ และเลี้ยวซ้ายเข้าพิพิธภัณฑ์
(แผนที่จาก : maps.google.com)


แผนที่สำหรับเดินทางไปพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force)
    
ถึงจุดหมาย : พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force) 
            เมื่อเราเดินทางไปถึงพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force) เราไปตามรอยประวัติศาสตร์ด้านการบินกันครับ (ภาพประกอบ : การเดินทางวันที่ 20 ส.ค.2558  ,25 ส.ค.2558  และ 7 มี.ค.2560)

จุดเที่ยวชมที่สำคัญภายในพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติที่ไม่ควรพลาด
(แผนที่จากแผ่นพับพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ)

           ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงอากาศยานที่เคยประจำการในกองทัพอากาศแบบต่างๆ 



              จุดที่ 1 (หมายเลข 1) : Exhibition Building 1 
           จากแผ่นพับโบชัวร์ของพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติบอกกล่าวเล่าว่าจุดที่ 1 จัดแสดง
    • เครื่องบิน F-5A
    • นิทรรศการ "100 ปี การบินของบุพการีทหารอากาศ"
    • เครื่องบิน นิเออปอร์ต ,เบรเกต์ ,คอร์แซร์ ,ฮอร์ค3
     

ทางเข้า Exhibition Building 1

 Exhibition Building 1
         นิทรรศการ "100 ปี การบินของบุพการีทหารอากาศ"

100 ปี การบินของบุพการีทหารอากาศ

100 ปี การบินของบุพการีทหารอากาศ

100 ปี การบินของบุพการีทหารอากาศ
          ภายใน Exhibition Building 1 พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ มีสิ่งที่น่าสนใจและอยากให้คนไทยทุกคนมาร่วมภูมิใจด้วยกันในด้านการบินของประเทศไทยของเราครับ สิ่งที่ต้องทำหรือห้ามพลาดเมื่อมาถึงพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศก่อนจะไปถึงจุดแสดงเครื่องบินเหลือเครื่องเดียวในโลก คือ ชมเครื่องบิน 2 แบบที่ซื้อเข้ามาครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่  "Nieuport monoplane" และ "Brequet biplane" (The first-two-type aircraft in Siam).
          เว็บไซต์กองทัพอากาศเขียนบอกกล่าวเล่าว่า "กระทรวงกลาโหม จึงได้ตั้ง "แผนกการบิน" ขึ้นในกองทัพบก พร้อมทั้งได้คัดเลือกนายทหารบก 3 คน ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสม ไปศึกษาวิชาการ ณ ประเทศฝรั่งเศส อันได้แก่ พันตรีหลวงศักดิ์ศัลยาวุธ ร้อยเอกหลวงอาวุธสิขิกร และ ร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต ทั้ง 3 ท่านนี้ ในเวลาต่อมา ได้รับพระราชทานยศ และบรรดาศักดิ์ ตามลำดับ คือ พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ, นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ และ นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต และ กองทัพอากาศได้ยกย่องให้เป็น "บุพการีของกองทัพอากาศ"
          ในขณะที่นายทหารทั้งสามกำลังศึกษาวิชาการบินอยู่นั้นทางราชการ ได้สั่งซื้อเครื่องบิน รวมทั้ง มีผู้บริจาคเงินร่วมสมทบซื้อด้วยเป็นครั้งแรก จำนวน 8 เครื่อง คือ เครื่องบินเบรเกต์ปีก 2 ชั้น จำนวน 4 เครื่อง และ เครื่องบินนิเออปอรต์ปีกชั้นเดียว จำนวน 4 เครื่อง 

Nieuport monoplane เครื่องบินนิเออปอรต์ปีกชั้นเดียว (The first-two-type aircraft in Siam)
Brequet biplane เครื่องบินเบรเกต์ปีก 2 ชั้น (The first-two-type aircraft in Siam)
          อันอาจกล่าวได้ว่า กำลังทางอากาศของไทย เริ่มต้นจากนักบินเพียง 3 คน และเครื่องบินอีก 8 เครื่องเท่านั้น การบินของไทยในระยะแรก ได้ใช้สนามม้าสระปทุม หรือราชกรีฑาสโมสรในปัจจุบัน"

Brequet biplane เครื่องบินเบรเกต์ปีก 2 ชั้น (The first-two-type aircraft in Siam)

Brequet biplane เครื่องบินเบรเกต์ปีก 2 ชั้น (The first-two-type aircraft in Siam)

Brequet biplane เครื่องบินเบรเกต์ปีก 2 ชั้น (The first-two-type aircraft in Siam)

Nieuport monoplane เครื่องบินนิเออปอรต์ปีกชั้นเดียว (The first-two-type aircraft in Siam)
        พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติมีการจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวในเรื่องการบินในหลากหลายมุม หลายๆเรื่องราว ในระหว่างที่เพลินกับการชมเครื่องบินอย่าพลาดชมนิทรรศการด้านการบินด้วยนะครับ

นิทรรศการด้านการบิน
        ใบพัดเครื่องบินและไม้ที่ใช้ทำใบพัดเครื่องบิน

ใบพัดสำหรับใช้ในการทดสอบเครื่องยนต์

ใบพัดสำหรับใช้ในการทดสอบเครื่องยนต์

ไมัชนิดต่างๆ ที่ใช้สำหรับทำใบพัดเครื่องบิน

ไมัชนิดต่างๆ ที่ใช้สำหรับทำใบพัดเครื่องบิน
          และมาถึงสิ่งที่ต้องทำหรือห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติซึ่งเป้าหมายหลักที่ชวนทุกคนมาชมมาเที่ยวนั่นคือ ชมเครื่องบินที่เหลือลำเดียวในโลก ได้แก่  Hawk III และ Corsair  ไปดูอากาศยานสิ่งเดียวที่เหลือในโลกใบนี้กันครับ

เครื่องบินโจมตีแบบที่ ๑ (Corsair) เหลือเครื่องเดียวในโลก (The only one in the world)

เครื่องบินโจมตีแบบที่ ๑ (Corsair) เหลือเครื่องเดียวในโลก (The only one in the world)

เครื่องบินโจมตีแบบที่ ๑ (Corsair) เหลือเครื่องเดียวในโลก (The only one in the world)

เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๐ (Hawk 3) เหลือเครื่องเดียวในโลก (The only one in the world)

เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๐ (Hawk 3) เหลือเครื่องเดียวในโลก (The only one in the world)

เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๐ (Hawk 3) เหลือเครื่องเดียวในโลก (The only one in the world)

เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๐ (Hawk 3) เหลือเครื่องเดียวในโลก (The only one in the world)
เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๐ (Hawk 3) เหลือเครื่องเดียวในโลก (The only one in the world)

เครื่องบินโจมตีแบบที่ ๑ (Corsair) และเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๐ (Hawk 3)
เหลือเครื่องเดียวในโลก (The only one in the world)
          ไม่ห่างจากอากาศยานที่เหลือหนึ่งเดียวในโลกนั่นคือ ซากอากาศยานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ซากอากาศยานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ซากอากาศยานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ซากอากาศยานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ซากอากาศยานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ซากอากาศยานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ซากอากาศยานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2


          ภายใน Exhibition Building 1 พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ ยังมีอีกส่วนจัดแสดงความยิ่งใหญ่ในเชิงการรบทางอากาศของเครื่องบินรบสมรรถณะสูงด้วยครับ


ส่วนจัดแสดงเครื่องบินรบสมรรถณะสูง

ส่วนจัดแสดงเครื่องบินรบสมรรถณะสูง

ส่วนจัดแสดงเครื่องบินรบสมรรถณะสูง

ส่วนจัดแสดงเครื่องบินรบสมรรถณะสูง

ส่วนจัดแสดงเครื่องบินรบสมรรถณะสูง

ส่วนจัดแสดงเครื่องบินรบสมรรถณะสูง
        
              ผู้เขียนเดินทางไปพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force) หลายครั้งหลายคราวตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนแล้ว จะเห็นพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติได้ดำเนินการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์เป็นระยะๆ ครับ และในช่วงวันที่ 7 มี.ค.2560 ผู้เขียนได้เดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติอีกครั้งสิ่งที่ผู้เขียนชอบคือการทำทางเชื่อมระหว่างอาคาร Exhibition Building 1 และ Exhibition Building 2 ขอนำภาพสวยๆ ที่มองออกจากทางเชื่อมมาฝากครับ

มุมมองจากทางเชื่อมระหว่างอาคาร Exhibition Building 1 และ Exhibition Building 2
              จุดที่ 2 (หมายเลข 2) : Exhibition Building 2 
           จากแผ่นพับโบชัวร์ของพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติบอกกล่าวเล่า "Exhibition Building 2 จัดแสดงเกี่ยวกับอากาศยานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในการปฎิบัติภารกิจต่างๆ เช่น การบิน พยาบาล การฝึกบิน และการเข้าร่วมปฎิบัติหน้าที่ในสงคราม เป็นต้น พร้อมทั้งร่วมภาคภูมิใจไปกับเครื่องบินทิ้งระเบิด "บริพัตร" ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบแรกที่คนไทยออกแบบและสร้างเอง รวมทั้งมีห้องสมุดประวัติศาสตร์ด้านการบินสำหรับบริการนิสิต นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป"
           เข้าไปชมอากาศยานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ภายในอาคารกันครับ

Exhibition Building 2

Exhibition Building 2

Exhibition Building 2

Exhibition Building 2

              จุดที่ 3 (หมายเลข 3) : Maintenance Building  
           จากแผ่นพับโบชัวร์ของพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติบอกว่าเป็นอาคารซ่อมบำรุง ยังไม่เปิดให้เข้าชม

              จุดที่ 4 (หมายเลข 4) : Exhibition Building 4 
           จากแผ่นพับโบชัวร์ของพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติบอกว่าจัดแสดงเกี่ยวกับ
    • อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการบิน
    • เครื่องแบบทหารอากาศในอดีต-ปัจจุบัน
             ในวันเดินทางไปยังซ่อมบำรุงอาคารอยู่ครับ


              จุดที่ 5 (หมายเลข 5) : Exhibition Building 5
           จากแผ่นพับโบชัวร์ของพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติบอกว่าจัดแสดงเกี่ยวกับ
    • เฮลิคอปเตอร์แบบต่างๆ
    • เฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 212 ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง

Exhibition Building 5

Exhibition Building 5

             ในวันเดินทางไปอาคารนี้ยังซ่อมบำรุงอาคารอยู่ครับ
             ด้านหลังอาคาร Exhibition Building 1 และ  Exhibition Building 2 จัดแสดงอากาศยานเครื่องบินลำเลียงแบบ C-123 และเครื่องบินที่กองทัพอากาศออกแบบและสร้างขึ้นเอง ซึ่งเป็นเครื่องบินต้นแบบ ทอ.5



            หากใครชอบการท่องเที่ยวแบบสบายๆ ตามรอยประวัติศาสตร์ด้านการบิน ดูเครื่องบินเหลือเครื่องเดียวในโลก   “พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ (National Aviation Museum of the Royal Thai Air Force) ”  อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่ไม่ควรพลาดไปเยือนครับ...สวัสดีครับ

หอกลอง ( Drum Tower )
พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ห้องประวัติศาสตร์ชาติไทย (Siwamokkhaphiman Hall ,gallery of Thai history) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
กราบพระพุทธสิหิงค์ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ (Buddhaisawan Chapel) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ( The National Museum Bangkok )
กราบพระแฝดของพระพุทธชินราชที่วัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara) วัดที่มีความสำคัญทั้งในทางคณะสงฆ์และในทางบ้านเมือง
วิถีแห่งศรัทธาจากศิลปทัศน์ญี่ปุ่น (The History of Japanese Art : Life and Faith) นิทรรศการพิเศษความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
พระเมรุมาศ(The Royal Crematorium) และนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร รัชการที่ 9
พุทธปฏิมาวิจักษณ์จากภารตะสู่สุวรรณภูมิ ( Featuring Buddhist Imagery from Bharata to Suvarnnabhumi ) นิทรรศการความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอินเดีย-ไทย