My latest images for sale at Shutterstock:

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศิลปะแบบไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศิลปะแบบไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

กราบพระแฝดของพระพุทธชินราชที่วัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara) วัดที่มีความสำคัญทั้งในทางคณะสงฆ์และในทางบ้านเมือง

          อีกหนึ่งสิ่งที่อยากชวนคนไทยทุกคนและคนทั่วโลก คือ ไปกราบพระแฝดของพระพุทธชินราชที่วัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara) วัดที่มีความสำคัญทั้งในทางคณะสงฆ์และในทางบ้านเมือง  กรุงเทพมหานคร  (กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย)  ครับ

วัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara)

ประวัติ/ความสำคัญ : วัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara)

วัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara)
        จากเว็บไซต์วัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara)  เขียนบอกกล่าวเล่าเกี่ยวกับวัดว่า "วัดนี้ เดิมเรียก "วัดใหม่" น่าจะได้รับพระราชทานชื่อวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุราชาธิราส เจ้าฟ้ามงกุฏฯ ซึ่งทรงผนวชเป็นพระภิกษุประทับอยู่วัดสมอราย (คือวัดราชาธิวาสในปัจจุบัน) เสด็จมาอยู่ครองเมื่อ พ.ศ. 2379 สมเด็จพระบวรราชเจ้าพระองค์นั้น เสด็จสรรคตเมื่อต้น พ.ศ. 2375 เมื่อเสด็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ไม่ได้ทรงตั้งเจ้านายพระองค์ใดพระองค์หนึ่งขึ้นเป็นกรมพระราชวังบวร (ไม่ได้ทรงตั้งจนตลอดรัชกาล)"
       ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชอยู่ ทรงได้ปรับปรุงวางหลักเกณฑ์ความประพฤติ ปฏิบัติของพระสงฆ์ให้เป็นไปโดยถูกต้องตามพระธรรมวินัย โดยมีพระสงฆ์ประพฤติปฏิบัติตามอย่างพระองค์เป็นอันมาก ในคราวที่พระองค์เสด็จมาครองวัดก็ได้นำเอาการประพฤติ ปฏิบัตินั้นมาใช้ในการปกครองพระสงฆ์ ณ วัดนี้ด้วย ซึ่งในครั้งเดิมเรียกพระสงฆ์คณะนี้ว่า “บวรนิเวศาทิคณะ” อันเป็นชื่อสำนักวัดบวรนิเวศวิหาร ต่อมาจึงได้ชื่อว่า “คณะธรรมยุติกนิกาย” ซึ่งแปลว่าคณะสงฆ์ผู้ซึ่งปฏิบัติตามพระธรรมวินัย จึงถือว่าวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นสำนักเอกเทศแห่ง คณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายเป็นวัดแรก
       ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า วัดรังษีสุทธาวาสซึ่งอยู่ติดกับวัดบวรนิเวศวิหารนั้นมีสภาพทรุดโทรมมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยุบรวมเข้าเป็นวัดเดียวกับวัดบวรนิเวศวิหาร เรียกว่า คณะรังษี และหลังจากถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระสรีรังคารมาบรรจุไว้ ณ ใต้บัลลังก์พระพุทธชินสีห์ในพระอุโบสถ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พุทธศักราช 2468
       ในทางคณะสงฆ์ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นจุดกำเนิดของคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย เพราะเป็นที่เสด็จสถิตของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะยังทรงผนวชอยู่และทรงดำริริเริ่มปรับปรุงวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์อันเป็นเหตุให้เกิดเป็นพระสงฆ์คณะธรรมยุตขึ้นในเวลาต่อมา วัดบวรนิเวศวิหารจึงนับว่าเป็นวัดแรกและวัดต้นแบบของคณะธรรมยุต ธรรมเนียมประเพณีและแบบแผนต่าง ๆ ของคณะธรรมยุตได้เกิดขึ้น ณ วัดนี้

พระพุทธชินสีห์พระพุทธปฏิมาประธานภายในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร
       วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของไทย ซึ่งคนทั่วไปไม่ค่อยรู้จักคือพระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา ซึ่งสร้างโดยพระมหาธรรมราชาลิไทย สมัยกรุงสุโขทัย สมัยเดียวกับพระพุทธชินราช และทั้ง ๓ องค์เคยประดิษฐานอยู่ด้วยกัน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก นอกจากนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทคู่บนศิลาแผ่นใหญ่สมัยสุโขทัย และพระไสยา (คือพระนอน) ที่งดงามสมัยสุโขทัยด้วย

รูปถ่ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 9 เสด็จออกทรงผนวชจัดแสดงภายบริเวณวัด
       วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ที่เสด็จออกทรงผนวชทุกพระองค์ คือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 9 ตลอดถึงพระบรมวงศ์ชั้นสูงที่ทรงผนวชเกือบทุกพระองค์ ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ต่อเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน"

สถานที่ตั้ง วัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara)
       แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุเทพมหานคร

การเดินทางไป วัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara)

แผนที่สำหรับเดินทางไปวัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara) 

เดินทางถึงเป้าหมาย วัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara)
            เมือเดินทางถึงเป้าหมาย วัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara) ไปตามรอยประวัติศาสตร์และกราบพระแฝดของพระพุทธชินราชครับ (รูปประกอบ : ถ่ายวันที่ 19 สิงหาคม 2560)

ป้ายบอกสถานที่สำคัญภายในวัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara)
            เมื่อเข้ามาภายในบริเวณวัดนักท่องเที่ยวหรือผู้ไปเยือนจะเห็นความงามทางสถาปัตยกรรมของพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินสีห์ (องค์ด้านหน้า) ซึ่งเป็นเป้าหมายแรกที่เราจะมากราบพระและประดิษฐานหลวงพ่อโต (องค์ด้านหลัง)

พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ประดิษฐานพระพุทธชินสีห์และหลวงพ่อโต 
            พระพุทธชินสีห์เป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในหัวเมืองฝ่ายเหนือ ทั้งโดยฐานะเป็นพระพุทธรูปที่งดงามและโดยฐานะเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพทรงอัญเชิญมาประดิษฐานในมุขหลังพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ถึงรัชกาลที่ 4 จึงโปรดให้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระพุทธปฏิมาประธานในพระอุโบสถดังปรากฏทุกวันนี้

พระพุทธชินสีห์และหลวงพ่อโต

พระพุทธชินสีห์และหลวงพ่อโต

พระพุทธชินสีห์และหลวงพ่อโต
            กราบพระขอพรพระประธานภายในอุโบสถเรียบร้อยแล้วเดินต่อไปถัดจากพระอุโบสถ คือ พระเจดีย์  โดยพระเจดีย์ใช้เวลาก่อสร้างตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ 3 จนถึงช่วงรัชสมัยรัชกาลที่ 4 ภายในพระเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวหรือผู้ไปเยือนต้องไปให้ถึง

พระเจดีย์วัดบวรนิเวศวิหาร

พระเจดีย์วัดบวรนิเวศวิหาร
          เมื่อขึ้นไปภายในบริเวณพระเจดีย์รอบๆ พระเจดีย์จะมีรูปปั้นเทวรูปประจำทิศ ๖ องค์ ประกอบด้วย
  • ทิศเหนือ รูปปั้นพระพรหมและพระวิสสุกรรม
  • ทิศใต้ รูปปั้นพระนารายณ์และพระศิวะ 
  • ทิศตะวันตก รูปปั้นพระปัญจสิกขะและพระประคนธรรพ


เทวรูปประจำทิศรอบพระเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหาร

เทวรูปประจำทิศรอบพระเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหาร
 
เทวรูปประจำทิศรอบพระเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหาร

เทวรูปประจำทิศรอบพระเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหาร

เทวรูปประจำทิศรอบพระเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหาร

เทวรูปประจำทิศรอบพระเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหาร
              หากแหงนมองซุ้มประจำทิศของพระเจดีย์จะมีรูปปั้นสัตว์สีทองเหนือซุ้มประจำทิศ หมายถึง ดินแดนรอบราชอาณาจักรไทย
  • ม้า คือ พม่า
  • นก  คือ โยนก
  • ช้าง คือ ล้านช้าง 
  • สิงห์ คือ สิงคโปร์


รูปปั้นสัตว์สีทองเหนือซุ้มประจำทิศ

รูปปั้นสัตว์สีทองเหนือซุ้มประจำทิศ
 
รูปปั้นสัตว์สีทองเหนือซุ้มประจำทิศ

รูปปั้นสัตว์สีทองเหนือซุ้มประจำทิศ
           บริเวณพระเจดีย์ด้านทิศเหนือประดิษฐานเก๋งพระไพรีพินาศ และด้านทิศตะวันออกประดิษฐานพระบรมรูปปั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

รูปปั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

คำบูชาพระไพรีพินาศ

พระไพรีพินาศ
            และรอบๆ พระเจดีย์จะมีตุ๊กตาหินจีนประดับแสดงความงดงามทางงานศิลป์แก่สายตานักท่องเที่ยวหรือผู้ไปเยือน

ตุ๊กตาหินจีน

ตุ๊กตาหินจีน

ตุ๊กตาหินจีน
            และถัดจากพระเจดีย์ เป็นอีกหนึ่งในเป้าหมายที่ชวนทุกคนมาที่วัดบวรนิเวศวิหาร นั่นคือ กราบพระพระศรีศาสดา ประดิษฐานที่พระวิหารพระศาสดา วัดบวรนิเวศวิหาร 

พระวิหารพระศาสดา วัดบวรนิเวศวิหาร

พระศรีศาสดา ประดิษฐานภายในพระวิหารพระศาสดา วัดบวรนิเวศวิหาร

พระศรีศาสดา ประดิษฐานภายในพระวิหารพระศาสดา วัดบวรนิเวศวิหาร
              จากเว็บไซต์วัดบวรนิเวศวิหารเขียนเล่าว่า “ตามตำนานเล่าว่า พระเจ้าศรีธรรมปิฎก เจ้าเมืองนครเชียงแสน ทรงหล่อพระพุทธชินสีห์ ขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินราชและพระศรีศาสดา เมื่อประมาณปีพุทธศักราช 1,500

พระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา
            ลักษณะพิเศษของพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ คือ นิ้วพระหัตถ์ และนิ้วพระบาทเสมอกัน 
            พระพุทธชินสีห์กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพทรงอัญเชิญมาประดิษฐานในมุขหลังพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ถึงรัชกาลที่ 4 จึงโปรดให้อัญเชิญมาประดิษฐาน เป็นพระพุทธปฏิมาประธานในพระอุโบสถดังปรากฏทุกวันนี้
            พระศรีศาสดา เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุพิษณุโลก ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ เจ้าอาวาสวัดบางอ้อยช้าง จังหวัดนนทบุรี ให้อัญเชิญพระศาสดาจากเมืองพิษณุโลกมาไว้ที่วัด และในเวลาต่อมาถูกอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ วัดบวรนิเวศ เมื่อพุทธศักราช 2407” 
            ในปัจจุบันพระพุทธชินราชประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ส่วนพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา ประดิษฐานที่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร 
            หากนักท่องเที่ยวหรือผู้ไปเยือนวัดบวรนิเวศวิหารแล้วต้องไม่พลาดหรือต้องทำคือไปกราบพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา อาจจะเรียกพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา พระพุทธรูปที่ถูกสร้างขึ้น 3 องค์ ลักษณะเดียวกัน นิ้วพระหัตถ์ และนิ้วพระบาทเสมอกัน มีความงดงามในทางศิลป์ว่า “พระพุทธรูปแฝด 3” ก็คงไม่ผิดอะไรครับ
            บริเวณใกล้เคียงพระวิหารพระศาสดาจะมีต้นจัน พระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงปลูกเมื่อ 26 ก.ค.2526

ต้นจัน พระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงปลูกเมื่อ 26 ก.ค.2526
            ภายในวัดบวรนิเวศวิหารยังมีพระพุทธรูปและศาสนสถานที่สำคัญอีกหลายจุดให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ไปเยือนได้ชมความงดงามทางศิลปะและสถาปัตยกรรม

หลวงพ่อดำ วัดบวรนิเวศวิหาร

ภายในศาลาแดง

ศาลาแดง

รอยพระพุทธบาทคู่หรือพระยุคลบาทนี้สลักบนแผ่นศิลาแผ่นใหญ่
            และอีกหนึ่งความสำคัญเมื่อวัน อาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม 2560 ได้มีการประกอบพิธีเชิญพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและวัดบวรนิเวศวิหาร

พิธีเชิญพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
            วัดที่มีความสำคัญทั้งในทางคณะสงฆ์และในทางบ้านเมือง กราบพระแฝดของพระพุทธชินราช "วัดบวรนิเวศวิหาร (Wat Bowonniwet Vihara)" อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่คนไทยต้องไปเยือนครับ...สวัสดีครับ


พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ห้องประวัติศาสตร์ชาติไทย (Siwamokkhaphiman Hall ,gallery of Thai history) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งแรกของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ดูความงดงามยิ่งใหญ่ของศิลปะที่วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) จ.เชียงราย

        เมื่อมาเยือน จ.เชียงราย (เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง) สิ่งที่ต้องทำหรือห้ามพลาดสำหรับผู้ไปเยือนเยือน คือ การได้ไปดูความงดงามยิ่งใหญ่ของศิลปะที่วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) จ.เชียงราย โดยเป็นวัดที่สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินของ จ.เชียงราย (ภาพประกอบ : ถ่ายวันที่ 3 ม.ค.2558)

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun)
ประวัติ/ความสำคัญ "วัดร่องขุ่น" 
          อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เขียนไว้ในหนังสือ "แรงบันดาลในการสร้างวัดร่องขุ่น" บอกกล่าวเล่าว่า "แรงบันดาลในการสร้างวัดร่องขุ่น โดยเล่าให้ฟังว่า วัดร่องขุ่นเริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.2540 ในขณะที่อาจารย์อายุ 42 ปี โดยเร็วกว่ากำหนดที่อาจารย์จะกลับไปสร้างวัดที่บ้านเกิดถึง 3 ปีเนื่องจากประสบผลสำเร็จได้เงินครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะจริงๆตั้งใจจะกลับไปสร้างวัดที่บ้านเกิดเมื่ออาจารย์อายุ 45 ปี
          แรงบันดาลในการสร้างวัดร่องขุ่น มีสามแรงบันดาลใจ ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่นำความสำเร็จทางโลกมาสู่ชีวิตอาจารย์ และบอกไว้ว่าสิ่งที่อาจารย์ได้ทำไว้สร้างไว้ ก็เพื่อให้เป็นศิลป์สมบัติของประชาชนชาวไทยร่วมชาติของอาจารย์ทุกคน"
          เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 เวลา 18.05 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 มีศูนย์กลางอยู่ที่อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย และแผ่นดินไหวตามหลายครั้ง สร้างความเสียหายให้กับวัดร่องขุ่นเป็นอย่างมาก เช่น ผนังโบสถ์ปูนกระเทาะออก กระเบื้องหลุด ยอดพระธาตุหัก ภาพเขียนเสียหายหมด ทำให้ต้องปิดวัดเพื่อซ่อมแซมตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2557  ( ที่มา : http://th.wikipedia.org )
          โดยในช่วงการเดินทางของผู้เขียน (3 ม.ค.2558) วัดร่องขุนได้เปิดให้เข้าเที่ยวชมแล้ว

ที่ตั้ง "วัดร่องขุ่น"
           ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 57000

เวลาเปิด-ปิด "วัดร่องขุ่น"
            ทุกวัน 6.30 - 18.00 น.
การเดินทางไป "วัดร่องขุ่น"
          การเดินทางไป "วัดร่องขุ่น"  (รายละเอียดการเดินทางจากกรุงเทพมหานครไป จ.เชียงราย)
          - มาจากกรุงเทพมหาครมุ่งหน้าเข้าตัว อ.เมืองชียงรายตาม ถ.พหลโยธิน วัดร่องขุ่นจะอยู่ก่อนถึงตัวเมืองเชียงรายประมาณ 13 ก.ม. เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทางหลวงหมายเลข 1208 ประมาณ 100 เมตร วัดร่องขุ่นจะอยู่ด้านซ้ายมือ
           - มาจากตัว อ.เมืองเชียงรายมุ่งหน้าไปตาม ถ.พหลโยธิน ประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสามแยกเข้าไปตามทางหลวงหมายเลข 1208 ประมาณ 100 เมตร วัดร่องขุ่นจะอยู่ด้านซ้ายมือ

แผนที่การเดินทางไปวัดร่องขุน

แผนที่การเดินทางไปวัดร่องขุน


แผนที่สำหรับเดินทางไปวัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun)

เดินทางถึงเป้าหมาย : "วัดร่องขุ่น"
          เมื่อถึงเป้าหมาย "วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun)"  มุ่งหน้าไปดูไปดื่มด่ำความงดงามยิ่งใหญ่ของศิลปะของวัดร่องขุ่นกันครับ    
          ในวันที่ผู้เขียนเดินทางไปวันร่องขุ่น (3 ม.ค.2558)  วัดกำลังดำเนินการบูรณะซ่อมแซมวัดหลังจากเจอภัยทางธรรมชาติเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557  

ทางเข้าวัดร่องขุ่นในช่วงซ่อมแซม  (เดินเข้าวัดจากที่จอดรถด้านหลังอุโบสถ) 

ทางเข้าวัดร่องขุ่นในช่วงซ่อมแซม  (เดินเข้าวัดจากที่จอดรถด้านหลังอุโบสถ) 
           เมื่อเข้าเขตบริเวณวัด จะเริ่มได้สัมผัสกับความงดงามทางศิลปะของวัดแล้วครับ

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 
           ผู้เขียนเดินไปเดินมาขอค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เนตเกี่ยวกับอุโบสถวัดร่องขุ่นเพิ่มเติมเพื่อเที่ยวชมดื่มด่ำงานศิลปะได้เต็มที่ครับ  www.watrongkhun.org บอกกล่าวเล่าเรื่องอุโบสถว่า "ผมปรารถนาอยากจะสร้างวัดให้เหมือนมีสวรรค์ เป็นวิมานบนดินที่มนุษย์โลกสามารถสัมผัสได้"  ฉนั้นสิ่งที่ต้องทำหรือห้ามพลาดที่วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) จ.เชียงราย คือ ไปสัมผัสวิมานบนดินที่มนุษย์โลกสามารถสัมผัสได้ที่อุโบสถครับ

อุโบสถ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

อุโบสถ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

ทางเข้าอุโบสถ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

           และ  www.watrongkhun.org  อธิบายต่อว่า
           สีขาว : พระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า
           สะพาน : การเดินข้ามจากวัฎสงสารสู่พุทธภูมิ
           เขี้ยว หรือ ปากพญามาร : กิเลสในใจ
           สันของสะพาน : มีอสูรอมกัน ข้างละ 8 ตัว 2 ข้าง รวมกันแทนอุปกิเลส 16
           กึ่งกลางของสะพาน : เขาพระสุเมรุ
           ดอกบัวทิพย์ : มี 4 ดอกใหญ่ตรงทางขึ้นด้านข้างอุโบสถแทนซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์
           บันไดทางขึ้น : มี 3 ขั้นแทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

บริเวณสะพาน การเดินข้ามจากวัฎสงสารสู่พุทธภูมิ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

บริเวณสะพาน การเดินข้ามจากวัฎสงสารสู่พุทธภูมิ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

บริเวณสะพาน การเดินข้ามจากวัฎสงสารสู่พุทธภูมิ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 
           ระหว่างอยู่บริเวณอุโบสถวัด หากมองไปด้านข้างๆ อุโบสถ นั่นคือห้องน้ำของวัดร่องขุน เป็นจุดที่หลายๆคนคงเคยได้ยินผ่านสื่อบ้านเราที่กล่าวถึงห้องน้ำของวัดร่องขุนที่ไม่ธรรมดาครับ 

ห้องน้ำวัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) มองมาจากบริเวณอุโบสถวัด

            ไปเดินชมความงดงามทางศิลปะของอุโบสถกันต่อเลยครับ

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

          สิ่งที่ธรรมชาติฝากความเสียหายไว้ครับ ในบางส่วนยังอยู่ในช่วงการซ่อมแซม ณ วันการเดินทางไปเที่ยวชมครับ ยังไม่เปิดให้เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว

ร่องรอยความเสียหายจากภัยธรรมชาติ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

ร่องรอยความเสียหายจากภัยธรรมชาติ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

ร่องรอยความเสียหายจากภัยธรรมชาติ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 
             ความงดงามของวัด ความงดงามของศิลปะ มันคือศิลปะที่ทำให้นักท่องเที่ยว หรือผู้ไปเยือนต้องหลงเสน่ห์ของศิลปะเข้าอย่างจังครับ

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 
             บริเวณวัดมีหลายๆจุดที่คอยอวดความงดงามของศิลปะต่อนักท่องเที่ยว หรือผู้ไปเยือน

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 
            ผู้คนเขามุงอะไรกันเข้าไปดูกันครับ

น้ำสมันไพร วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

            น้ำสมุนไพรครับ ทางวัดมีน้ำสมุนไพรให้บริการฟรี คลายหนาวในช่วงดังกล่าว

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 
            และสิ่งที่ไม่ธรรมดาของวัดที่อยู่ไม่ห่างจากจุดที่ผู้คนผ่อนคลายด้วยน้ำสมุนไพร นั่นคือ เมรุ ครับ

เมรุ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

เมรุ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

เมรุ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 
           และสิ่งที่ต้องทำหรือห้ามพลาดอีกสิ่งเมื่อมาถึงวัดร่องขุ่น คือ ใบโพธิ์ถวายพระ ครับ

ใบโพธิ์ถวายพระ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

ใบโพธิ์ถวายพระ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

ใบโพธิ์ถวายพระ วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 
           หลังชมความงามของศิลปะของวัดมากมายหลายที่แล้ว แวะไปแอบดูเบื้องหลังบ้างครับ นั้นคือ โรงปั้น

โรงปั้น วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

โรงปั้น วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

โรงปั้น วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

โรงปั้น วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

โรงปั้น วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 
           เมื่อเดินออกจากโรงปั้น  จะเห็นมีการก่อสร้างงานศิลปะภายในบริเวณวัดร่องขุ่น หากเสร็จสมบูรณ์ทุกอาคาร  คงจะเป็นงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่แน่นอนครับ 

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 

วัดร่องขุ่น ( Wat Rongkhun) 
          มันคือศิลปะ!!! งดงามมากครับ หากใครชอบการท่องเที่ยวแบบสบายๆ ขับรถกินลม ชมธรรมชาติ ดูความงดงามยิ่งใหญ่ของศิลปะ  "วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย" อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่ไม่ควรพลาดไปเยือนครับ...สวัสดีครับ