My latest images for sale at Shutterstock:

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระนอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระนอน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

หลวงพ่อพระนอน พระปางถวายพระเพลิงพระบรมศพ วัดพระนอน (Wat Phranon) หนึ่งเดียวในประเทศไทย

          วันนี้ชวนไปกราบหลวงพ่อพระนอน พระปางถวายพระเพลิงพระบรมศพ วัดพระนอน (Wat Phranon) หนึ่งเดียวในประเทศไทย จ.สุพรรณบุรี ( เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง ) ครับ


 ประวัติ/ความสำคัญ  : วัดพระนอน (Wat Phranon) 


วัดพระนอน (Wat Phranon)
         เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเขียนเล่าว่า "วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นวัดเก่าแก่สมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ ปัจจุบันมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาเยี่ยมชม ทำบุญไหว้พระป็นจำนวนมาก แล้ววัดแห่งนี้ ยังป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งใน Unseen Thailand อีกด้วย
         ภายในวัดมีจุดที่น่าสนใจมากมาย เมื่อเข้ามาในวัด สิ่งแรกที่จะเจอคือ “ศาลาการเปรียญ” ศาลานี้จะตั้งอยู่บริเวณหน้าวัด มีความสวยงามดี ต่อมาเมื่อเข้ามาด้านในจะพบ “อุทยานมัจฉา” อุทยานแห่งนี้เป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณริมน้ำหน้าวัด มีปลานานาชนิดชุกชุม ทั้งปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาแรด ทางวัดประกาศเป็นเขตอภัยทาน นักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธาสามารถมาทำบุญให้อาหารปลาในบริเวณนี้ได้ ติดกับอุทยานมัจฉาจะเป็น “ศาลเจ้าแม่กวนอิม” ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปกราบสักการะเจ้าแม่ได้ที่นี่ แต่ศาลที่นี่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ต่อมา เป็น “วิหารพระนอน” เป็นวิหารทรงจตุรมุข โดยมุขด้านหน้ามีหลังคาต่อเติมออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาไหว้พระ ภายในมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์สลักจากหิน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัดพระนอน พระพุทธรูปที่นี่มีลักษณะแปลกกว่าที่อื่น คือ เป็นพระพุทธรูปอยู่ในลักษณะนอนหงายขนาดเท่าคนโบราณยาวประมาณ 2 เมตร ลักษณะคล้ายกับพระนอนที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า นอกจากนี้แล้ว บริเวณโดยรอบวัด ยังมีการปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ ทำให้วัดดูร่มรื่นสวยงาม และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ขึ้นหน้าขึ้นตาแห่งหนึ่งของจังหวัดเลยทีเดียว"
         
สถานที่ตั้ง : วัดพระนอน (Wat Phranon) 
         ถ.สมภารคง ต.พิหารแดง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

การเดินทางไป : วัดพระนอน (Wat Phranon)
         การเดินทางวัดพระนอน (Wat Phranon) สามารถเดินทางไปโดยอิงแผนที่ด้านล่างครับ
แผนที่สำหรับเดินทางไปวัดพระนอน (Wat Phranon)

ถึงจุดหมาย : วัดพระนอน (Wat Phranon) 
            เมื่อเราเดินทางไปถึงวัดพระนอน จ.สุพรรณบุรี  เข้าไปไหว้พระขอพร และชมหลวงพ่อพระนอน พระปางถวายพระเพลิงพระบรมศพ วัดพระนอน (Wat Phranon) หนึ่งเดียวในประเทศไทยครับ (ภาพการเดินทางวันที่ 26 มิ.ย.2559)

วัดพระนอน (Wat Phranon)

วัดพระนอน (Wat Phranon)

วัดพระนอน (Wat Phranon)
            สิ่งที่นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนต้องทำหรือห้ามพลาดเมื่อมาถึงวัดพระนอน คือ กราบพระนอน

พระนอน วัดพระนอน (Wat Phranon)
            ป้ายภายในวิหารเขียนเล่าว่า "หลวงพ่อพระนอน พระปางถวายพระเพลิงพระบรมศพ หนึ่งเดียวในประเทศไทย"

พระนอน วัดพระนอน (Wat Phranon)

วัดพระนอน (Wat Phranon)

วัดพระนอน (Wat Phranon)

วัดพระนอน (Wat Phranon)
            อุทยานมัจฉาแห่งชาติ วัดพระนอน อีกจุดหนึ่งที่ต้องไปเยือนก่อนกลับครับ

อุทยานมัจฉาแห่งชาติ วัดพระนอน (Wat Phranon)

อุทยานมัจฉาแห่งชาติ วัดพระนอน (Wat Phranon)

อุทยานมัจฉาแห่งชาติ วัดพระนอน (Wat Phranon)

วัดพระนอน (Wat Phranon)

วัดพระนอน (Wat Phranon)


            หากใครชอบการท่องเที่ยวแบบสบายๆ ขับรถกินลม ชมบรรยากาศ ไหว้พระ ขอพร “หลวงพ่อพระนอน พระปางถวายพระเพลิงพระบรมศพ วัดพระนอน (Wat Phranon)” อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่เราไม่ควรพลาดไปเยือนครับ...สวัสดีครับ

พระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ฆ้องใหญ่ที่สุดในโลก วัดไผ่โรงวัว (Wat Phai Rong Wua)
ประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี 2557

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

ตามรอยเจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ดาญาณที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho )

Thai | English 

         วันนี้ชวนเที่ยวเมืองหลวงของเราครับ ไปตามรอยเจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ดาญาณที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho ) กรุงเทพมหานคร (กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย) ครับ
           หลังจากคราวโน้นเราไปเที่ยวชมวัดพระศรีสรรเพชญ์ ทำให้เราทราบเรื่องราวของประวัติศาสตร์ว่า พม่าได้เอาไฟสำรอกทองหุ้มองค์พระศรีสรรเพชญ์ คงเหลือแต่แกนในพระซึ่งทำด้วยสำริด เมื่อคราวตั้งกรุงเทพฯ นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้อัญเชิญแกนในพระศรีสรรเพชญ์ลงไปด้วย ทรงสร้างพระเจดีย์หุ้มแกนพระองค์นี้เอาไว้ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) แล้วถวายพระนามตามท่านว่า เจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ดาญาณ วันนี้เรามาตามรอยเจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ดาญาณครับ


ประวัติ/ความสำคัญ "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ ( Wat Pho )" 


         จากเว็บไซต์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho ) เขียนเล่าบอกกล่าวไว้ว่า "วัดโพธิ์ หรือนามทางราชการว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๑ แห่งราชวงศ์จักรี เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดโพธารามวัดเก่าที่เมืองบางกอกครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นวัดหลวงข้างพระบรมมหาราชวัง และที่ใต้พระแท่นประดิษฐาน พระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระองค์ท่านไว้ด้วย
         พระอารามหลวงแห่งนี้มีเนื้อที่ ๕๐ ไร่ ๓๘ ตารางวา อยู่ด้านทิศใต้ของพระบรมมหาราชวัง ทิศเหนือจดถนนท้ายวัง ทิศตะวันออกจดถนนสนามไชย ทิศใต้จดถนนเศรษฐการ ทิศตะวันตกจดถนนมหาราช มีถนนเชตุพนขนาบด้วยกำแพงสูงสีขาวแบ่งเขตพุทธาวาสและสังฆาวาสชัดเจน
         มีหลักฐานปรากฏในศิลาจารึกไว้ว่า หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนาพระบรมมหาราชวังแล้ว ทรงพระราชดำริว่า มีวัดเก่าขนาบพระบรมมหาราชวัง ๒ วัด ด้านเหนือ คือ วัดสลัก (วัดมหาธาตุฯ) ด้านใต้คือ วัดโพธาราม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุนนางเจ้าทรงกรมช่างสิบหมู่ อำนวยการบูรณปฏิสังขรณ์ เริ่มเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๓๑ ใช้เวลา ๗ ปี ๕ เดือน ๒๘ วัน จึงแล้วเสร็จ และโปรดฯให้มีการฉลองเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๔ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาวาศ” ต่อมารัชกาลที่ ๔ ได้โปรดฯให้เปลี่ยนท้ายนามวัดเป็น "วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม"
         ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ นานถึง ๑๖ ปี ๗ เดือน ขยายเขตพระอารามด้านใต้และตะวันตก คือ ส่วนที่เป็นพระวิหารพระพุทธไสยาส สวนมิสกวัน สถาปนาขึ้นใหม่ พระมณฑป ศาลาการเปรียญ และสระจระเข้บูรณปฏิสังขรณ์ใหม่เป็นโบราณสถานในพระอารามหลวง ที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ แม้การบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งล่าสุดเมื่อฉลองกรุงเทพฯ ๒๐๐ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นเพียงซ่อมสร้างของเก่าให้ดีขึ้น มิได้สร้างเสริมสิ่งใดๆ"

สถานที่ตั้ง "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ ( Wat Pho )" 
         2 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหรานคร

การเดินทางไป "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ ( Wat Pho )" 
         วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho ) สามารถเดินเท้าจากวัดพระแก้วไปเที่ยวชมได้ ดังแผนที่ด้านล่างครับ

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho )

แผนที่สำหรับเดทางไปวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho )

เดินทางถึงเป้าหมาย "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ ( Wat Pho )" 
            เมื่อเดินทางถึงวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho ) ไปตามรอยประวัติศาสตร์ เดินเที่ยวชมวัด ตามรอยเจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ดาญาณครับ (รูปประกอบ : ถ่ายวันที่ 15 ม.ค.2558 และ 2 เม.ย.2559)
           ก่อนเดินเที่ยว เดินชมความของศิลปะ สำรวจแผนผังวัดโพธิ์กันก่อนเที่ยวชมวัดกันก่อนครับ

แผนผังวัดโพธิ์

           จากแผนผังวัดโพธิ์เป้าหมายที่เรามาตามรอยนั่นคือ เจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ดาญาณ อยู่จุดหมายเลข 2  หรือ "พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล" 
           หากเราเข้าวัดด้านถนนเชตุพน เราจะพบจุดในแผนผังคือหมายเลข 5 ก่อน "เขามอและฤษีดัดตน"

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho )

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho )

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho )

เขามอและฤษีดัดตน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho )
           เรามุ่งหน้าไปจุดหมายเลข 2 ตามเป้าหมายที่เรามาตามรอยนั่นคือ เจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ดาญาณ  เมื่อเราไปถึงจุดหมาย จะมีป้ายแสดงข้อมูลตำแหน่งของพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล

ป้ายแสดงข้อมูลตำแหน่งของพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล
           จากข้อมูลป้ายแสดงข้อมูลตำแหน่งของพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล สามารถแสดงตำแหน่งอิงตามป้ายได้ดังรูปด้านล่างครับ

ตำแหน่งของพระมหาเจดีย์สี่รัชกาลอิงตามป้าย
           จากเว็บไซต์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho ) เขียนเล่าไว้ว่า "พระมหาเจดีย์ทั้งสี่องค์อยู่ในบริเวณกำแพงสีขาว ซุ้มประตูทางเข้าเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์แบบจีน ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ เครื่องถ้วยหลากสี มีตุ๊กตาหินจีนประตูละคู่ พระมหาเจดีย์แต่ละองค์เป็นเจดีย์ย่อไม้สิบสองเพิ่มมุมสูง ๔๒ เมตร ประดับกระเบื้องเคลือบและกระเบื้องเครื่องถ้วยลวดลายต่างๆ สังเกตได้ง่าย
           องค์ประกอบด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียว นามว่า พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ เพื่อครอบพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่สูง ๑๖ เมตร ได้ชะลอมาจากพระราชวังที่กรุงศรีอยุธยา ภายในบรรจุพระบรมธาตุ นับเป็นพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ ๑
           พระมหาเจดีย์องค์ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว นามว่า พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิทาน สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ทรงพระราชอุทิศถวายแด่พระบรมราชชนก คือรัชกาลที่ ๒ นับเป็นพระมหารัชกาลที่ ๒
           พระมหาเจดีย์องค์ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลือง นามว่า พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ทรงพระราชถวายอุทิศถวายเป็นพุทธบูชา นับเป็นพระมหาเจดีย์ประจำพระองค์
           พระมหาเจดีย์องค์ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินเข้ม เป็นพระมหาเจดีย์ที่รัชกาลที่ ๔ ทรงสร้างขึ้นตามแบบพระเจดีย์ศรีสุริโยทัย กรุงศรีอยุธยา นามว่า พระมหาเจดีย์ทรงพระศรีสุริโยทัย เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา"
           จากข้อมูลข้างต้นเรามุ่งหน้าไปตามรอยเจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ดาญาณ ที่พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ ๑ จุดสังเกตุคือกระเบื้องเคลือบสีเขียวครับ ซึ่งครอบพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่สูง ๑๖ เมตร จากวัดพระศรีสรรเพชญ์ ตามรอยจนเจอครับ ดังรูปด้านล่างเลยครับ

พระมหาเจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ดาญาณ 
           หลังจากเราตามรอยเจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ดาญาณจนเจอและบรรลุเป้าหมายที่เดินทางมาเที่ยวชมในครั้งนี้แล้ว เราก็ไปเที่ยวชมบริเวณอื่นๆของวัดกันต่อเลยครับ

พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิทาน

พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร

พระมหาเจดีย์ทรงพระศรีสุริโยทัย
          
พระมหาเจดีย์ทั้งสี่องค์

พระมหาเจดีย์ทั้งสี่องค์

พระมหาเจดีย์ทั้งสี่องค์

          เมื่อมาวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho ) สิ่งที่ไม่ควรพลาดหรือต้องทำอีกสิ่งหนึ่งคือ ไปกราบพระพุทธไสยาส ภายในพระวิหารพระพุทธไสยาสตามแผนผังคือจุดหมายเลข 4 ครับ
          จากเว็บไซต์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho ) เขียนเล่าไว้ว่า "พระวิหารพระพุทธไสยาส หรือวิหารพระนอนตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเขตพุทธาวาส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างพระพุทธไสยาส ขึ้นคราวบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ.๒๓๗๕ นอกจากพระวิหารจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสแล้ว ยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่บันทึกสรรพวิชารายล้อมรอบตัวพระวิหารตามแบบไทยประเพณี"


พระพุทธไสยาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho )

พระพุทธไสยาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho )

           พระมณฑป (หมายเลข 3 ในแผนผัง)

พระมณฑป (หมายเลข 3 ในแผนผัง) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho )

พระมณฑป (หมายเลข 3 ในแผนผัง) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho )
           ยักษ์วัดโพธิ์ (หมายเลข 6 ในแผนผัง)

ยักษ์วัดโพธิ์ (หมายเลข 6 ในแผนผัง)

ยักษ์วัดโพธิ์ (หมายเลข 6 ในแผนผัง)
           และก่อนกลับเรามุ่งหน้าไปกราบพระขอพรอีกจุดนั่นคือ พระอุโบสถ ตามแผนผังคือหมายเลข 1 ครับ

พระพุทธเทวปฏิมากร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

พระพุทธเทวปฏิมากร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
           จากเว็บไซต์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ( Wat Pho ) เขียนเล่าไว้ว่า "พระอุโบสถ ตามคติความเชื่อของพุทธศาสนิกชน เขตวิสุงคามสีมา หรือพระอุโบสถ เป็นพุทธศาสนสถานที่สำคัญที่สุด โดยสร้างสมัยรัชกาลที่ ๑ ตามแบบศิลปะอยุธยาตอนปลาย และขยายใหญ่ขึ้นเท่าที่เห็นในสมัยรัชกาลที่ ๓ ซุ้มจรณัมประจำประตูหน้าต่างฉลัก (สลัก) ด้วย ไม้แก่น ยอดเป็นทรงมงกุฎลงรักปิดทอง ประดับกระจก บานประตูพระอุโบสถ ด้านนอกลายประดับมุก เป็นลายภาพเรื่อง รามเกียรติ์ ด้านในเขียนลายรดน้ำรูปพัดยศพระราชาคณะ พระครูสัญญาบัตร ฐานานุกรมเปรียญทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสีในกรุงและหัวเมือง
           พระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ นามว่า พระพุทธเทวปฏิมากร ที่ฐานชุกชีก่อไว้ ๓ ชั้น ชั้นที่ ๑ บรรจุพระบรมอัฐิและพระราชสรีรังคารรัชกาลที่ ๑ ไว้ ชั้นที่ ๒ ประดิษฐานรูปพระอัครสาวกทั้งสององค์ฐานชุกชี ชั้นล่างสุดประดิษฐาน พระมหาสาวก ๘ องค์ (พระอรหันต์ ๘ ทิศ)"


            หากใครชอบการท่องเที่ยวแบบสบายๆ ตามรอยประวัติศาสตร์ "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ ( Wat Pho )"  อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่ไม่ควรพลาดไปเยือนครับ...สวัสดีครับ

วิถีแห่งศรัทธาจากศิลปทัศน์ญี่ปุ่น (The History of Japanese Art : Life and Faith) นิทรรศการพิเศษความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
พระเมรุมาศ(The Royal Crematorium) และนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร รัชการที่ 9

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2558

วัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ( Wat Lokaya Sutha ) จ.พระนครศรีอยุธยา


          วันนี้ชวนทุกท่านไปกราบพระที่วัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ( Wat Lokaya Sutha ) จ.พระนครศรีอยุธยา ( ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา )  ครับ


 ประวัติ/ความสำคัญ  : วัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ( Wat Lokaya Sutha ) 



         วัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ตั้งอยู่ในเกาะเมืองอยุธยาด้านทิศตะวันตก ติดกับวัดวรเชษฐารามทางด้านทิศใต้ ในตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากประวัติศาสตร์ความเป็นมาไม่ปรากฎหลักฐานการก่อสร้างว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของปรางค์ประธานภายในวัดที่คล้ายคลึงกับพระปรางค์วัดราชบูรณะ พระปรางวัดมาธาตุ และพระปรางค์วัดส้ม ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น วัดแห่งนี้จึงน่าจะสร้างขึ้นในช่วงสมัยอยุธยาตอนต้นเช่นเดียวกัน
         ลักษณะรูปแบบแผนผังของวัดวางตัวตามแนวแกนทิศตะวันออก-ทิศตะวันตก มีปรางค์ประธานตั้งอยู่เป็นศูนย์กลางของวัด ด้านหน้าปรางค์ประธานมีวิหารสามหลังตั้งเรียงกัน ด้านหลังพระปรางค์เป็นอุโบสถ และวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์
         จากการขุดค้นทางโบราณคดีในบริเวณพื้นที่วัด พบว่าวัดโลกยสุธาเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ในสมัยอยธยาตอนต้น และมีการใช้ประโยชน์พื้นที่ภายในวัดเรื่อยมาจนถึงสมัยอยธยาตอนปลาย ในปี พ.ศ.2497 ได้มีการบูรณะองค์พระพุทธไสยาสน์โดยการก่อหุ้มองค์พระใหม่ทั้งองค์พร้อมทั้งปรับปรุงรูปแบบเศียรองค์พระเป็นรูปแบบพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างที่เห็นในปัจจุบัน (ที่มา : ป้ายข้อมูลวัดภายในวัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน)
         วัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ( Wat Lokaya Sutha ) อยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่อยู่ในเขตมรดกโลกตั้งแต่แรกเริ่มที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดก จากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ณ กรุงคาร์เธจ ประเทศตูนิเซีย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534
       
แผนที่ขอบเขตมรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ( Ayutthaya Historical Park ) อิงตามเว็บไซต์ UNESCO
สถานที่ตั้ง วัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ( Wat Lokaya Sutha ) 
         อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

การเดินทางไปวัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ( Wat Lokaya Sutha ) 
         การเดินทางจากรุงเทพมหานครมุ่งหน้าไป วัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ( Wat Lokaya Sutha ) จ.พระนครศรีอยุธยา ( รายละเอียดการเดินทางจากกรุงเทพมหานครไป จ.พระนครศรีอยุธยา ) รายละเอียดดังนี้ (โดยรถยนต์)
  • เลี้ยวซ้ายจากสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) เข้า ถ.โรจนะ ( ทางหลวงหมายเลข 309 ) มุ่งหน้าเข้า จ. พระนครศรีอยุธยา 
  • ขับไปเรื่อยๆตาม ถ.โรจนะจนถึงวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม ให้ตรงไปเรื่อยจนสุดทางจะเจอสามแยกให้เลี้ยวขวา แล้วขับมุ่งหน้าจนถึงวงเวียนแล้วเลี้ยวซ้ายแรกของวงเวียน และมุ่งหน้าจนถึงสะพานไม้ข้ามสะพานไม้แล้วเลี้ยวขวา ขับไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกทางเข้าวัดแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปตามป้ายบอกทาง และจะถึงเป้าหมายตามลำดับ (รายละเอียดดังแผนที่ด้านล่าง)

(แผนที่จาก : maps.google.com)
 

ถึงจุดหมาย : วัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ( Wat Lokaya Sutha ) 
              เมื่อเดินทางไปถึงวัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ( Wat Lokaya Sutha )  วัดที่สร้างตั้งแต่สมัยอยธยาตอนต้นอิงตามการขุดค้นทางโบราณคดีในบริเวณพื้นที่วัด เรามุ่งหน้าไปตามรอยประวัติศาสตร์และกราบพระเพื่อเป็นศิริมงคลกันเลยครับ (รูปประกอบ : การเดินทางวันที่ 19 ธ.ค.2558 )
         

            อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธไสยาสน์กันก่อนครับ ความยาวของพระพุทธไสยาสน์มีความยาวตั้งแต่พระเศียรจรดพระบาทรวม 42 เมตรครับ


พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) วัดโลกยสุธา

พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) วัดโลกยสุธา

พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) วัดโลกยสุธา

พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) วัดโลกยสุธา

พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) วัดโลกยสุธา
       
            เมื่อมาถึงวัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ( Wat Lokaya Sutha ) จ.พระนครศรีอยุธยา สิ่งที่ต้องทำคือ กราบพระขอพร พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) เพื่อเป็นศิริมงคลครับ


            หลังจากกราบพระขอพรพระพุทธไสยาสน์เรียบร้อย อย่าพลาดเดินชมความงดงามทางสถาปัตยกรรม โบราณศิลปะของโบราณสถานของวัดโลกยสุธากันต่อนะครับ


            หากใครชอบการท่องเที่ยวแบบสบายๆ ขับรถกินลม ชมบรรยากาศ ไหว้พระ ตามรอยประวัติศาสตร์   “วัดโลกยสุธาหรือวัดพระนอน ( Wat Lokaya Sutha )” อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่เราไม่ควรพลาดไปเยือนครับ...สวัสดีครับ


พระมงคลบพิตร (Phra Mongkhon Bophit) พระพุทธรูปหล่อขนาดใหญ่องค์เดียวในประเทศไทย
วัดพระศรีสรรเพชญ์ จ.พระนครศรีอยุธยา วัดสำคัญที่สุดของราชสำนักอยุธยา
วัดพระเมรุราชิการาม วัดที่ใช้ทำสัญญาสงบศึกกับพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ( Wat Na Phra Mane )
วัดไชยวัฒนาราม ( Wat Chaiwatthanaram )
วัดมหาธาตุ พระอารามหลวงในสมัยอยุธยาที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (Wat Maha That)
วัดใหญ่ชัยมงคล (Wat Yai Chaimongkhon) อนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติและสัญลักษณ์แห่งการอภัยทานของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
มหาสงกรานต์ มหามงคล ไปสรงน้ำพระงานหลวงปู่ทวด ประจำปี 2559
สรงน้ำหลวงปู่ทวดปี 2558
เที่ยวประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำที่ลาดชะโด หนึ่งปีมีครั้ง
ตลาดน้ำคลองสระบัว ( Ayutthaya Klong Sa Bua Floating Market & Water Theatre ) : กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงกิจการ
วัดธรรมิกราช (Wat Thammikarat) วัดที่มีพระมหากษัตริย์จะทรงเสด็จมาฟังธรรมเป็นประจำในวันพระ อธิฐานนำน้ำพระพุทธมนต์ไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บ
วัดกษัตราธิราชวรวิหาร (Wat Kasatrathirat Worawihan) อารามหลวงที่งดงามด้วยงานศิลป์ชั้นสูง
วัดธรรมาราม (Wat Thammaram) สถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา สถานที่จำพรรษาของพระอุบาลีมหาเถระ