My latest images for sale at Shutterstock:

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Ayutthaya แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Ayutthaya แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ล่องเรือเที่ยวกรุงเก่ามรดกโลก เส้นทางอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ( Ayutthaya Historical Park )

         สถานการณ์การ COVID19 เพื่อคลายความเครียดของแต่ละคน วันนี้ชวนไปล่องเรือที่ยวกรุงเก่ามรดกโดลที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ( Ayutthaya Historical Park )  จ.พระนครศรีอยุธยา ( ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา ) อุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลกของเมืองไทยของเราครับ

ล่องเรือ


จุดขึ้นเรือ "เวล่าครูซส์ (Vela Cruise)"
          เวล่าครูซส์ (Vela Cruise) 53/2 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000 รายละเอียด

การเดินทางไป "เวล่าครูสซ์ (Vela Cruise)"

แผนที่สำหรับเดินทางไปเวล่าครูซส์ (Vela Cruise)

เดินทางถึงเป้าหมาย "เวล่าครูซส์ (Vela Cruise)"

Vela Cruise
เวล่าครูซส์ (Vela Cruise)
เวล่าครูซส์ (Vela Cruise)
เวล่าครูซส์ (Vela Cruise)
เวล่าครูซส์ (Vela Cruise)
เวล่าครูซส์ (Vela Cruise)

         เส้นทางเดินเรือของเวล่าครูซส์ (Vela Cruise)

แผนที่เส้นทางเดินเรือเวล่าครูซส์สำหรับล่องเรือ
(ที่มารูป : www.google.com/maps)

         รายละเอียดวัดและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในเส้นทางเดินเรือ
      หมายเลข 1. วัดเกาะแก้วเกษฎาราม
      หมายเลข 2. วัดไผ่โสมนรินทร์
      หมายเลข 3. วัดธรรมนิยม
      หมายเลข 4. วัดพิชัยสงคราม
      หมายเลข 6. วัดนางกุย
      หมายเลข 7. วัดขุนพรม
      หมายเลข 9. วัดไชยวัฒนาราม ( Wat Chaiwatthanaram )
      หมายเลข 10. ป้อมเพชร
      หมายเลข 11. โบสถ์นักบุญเซนต์โยเซฟ
      หมายเลข 12. ตำหนักสิริยาลัย
      หมายเลข 13. สะพานปรีดี-ธำรง
      หมายเลข 14. สะพานกษัตรา      

        จากเส้นการเส้นทางการเดินเรือหากวัดระยะทางในแผนที่โดยใช้เครื่องมือใน www.google.com/maps วัดระยะทางที่เรือล่องไป-กลับได้ 24 กิโลเมตรโดยประมาณ และใช้เวลาล่องเรือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
   
เวล่าครูซส์
ระยาทางในการเดินเรือ

ล่องเรือ วันที่ 4 ธ.ค.2564

ล่องเรือ วันที่ 17 ธ.ค.2564

           อาหารอร่อย บรรยากาศดี เย็นสบาย ผ่อนคลายที่สุดครับ หรือสำหรับใครที่นิยมท่องเที่ยวแบบไหว้พระ 9 วัด การล่องเรือเส้นทางนี้ก็สามารถไหว้ครบ 9 วัดครับ 
         หากใครชอบการท่องเที่ยวแบบสบายๆ ล่องเรือ ชมโบราณสถาน ตามรอยประวัติศาสตร์ชาติไทย "อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ( Ayutthaya Historical Park )" อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่เราไม่ควรพลาดไปเยือนครับ...สวัสดีครับ

รูปความละเอียดสูงอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ( Ayutthaya Historical Park ) ทั้งหมด 

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (Sukhothai Historical Park) จ.สุโขทัย
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย (Si Satchanalai Historical Park) จ.สุโขทัย
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร (Kamphaeng Phet Historical Park) 

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งแรกของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum) จ.พระนครศรีอยุธยา ( ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา )  ไปเติมเต็มภาพความรุ่งเรืองในอดีตของกรุงศรีอยุธยาให้ชัดเจนกับพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ


 ประวัติ/ความสำคัญ  : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum)



         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วังจันทรเกษม หรือวังหน้า ปรากฎหลักฐานตามพระราชพงศาวดารว่า สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ประมาณ พ.ศ. 2120 โดยพระราชประสงค์เพื่อให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อทรงดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราชครองเมืองพิษณุโลก
( ที่มา : โบชัวร์ "พระนครศรีอยุธยา" ,ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ,เมษายน 2555) 
         จากเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม เขียนเล่าประวัติความเป็นมาว่า "เคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระมหาอุปราชที่สำคัญถึง 8 พระองค์ คือ  สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ,สมเด็จพระเอกาทศรถ ,เจ้าฟ้าสุทัศน์ ,สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ,ขุนหลวงสรศักดิ์ (พระเจ้าเสือ) ,สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ,สมเด็จพระเจ้าบรมโกศ ,กรมพระราชวังบวรมหาเสนาพิทักษ์
         ภายหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310 พระราชวังจันทรเกษมได้ถูกทิ้งร้างไป จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงได้มีการบูรณะและปรับปรุงพระราชวังจันทรเกษมขึ้นใหม่ เพื่อใช้สำหรับเป็นที่ประทับในเวลาที่พระองค์ เสด็จประพาสพระนครศรีอยุธยา และพระราชทานนามว่า พระราชวังจันทรเกษม
          ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานพระราชวังจันทรเกษม ให้เป็นที่ทำการของมณฑลกรุงเก่า โดยใช้ พระที่นั่งพิมานรัตยา ซึ่งเป็นหมู่ตึกกลางของพระราชวังเป็นที่ทำการ
          เมื่อพระยาโบราณราชธานินทร์ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า ได้จัดสร้างอาคารที่ทำการภาคบริเวณกำแพงวัง ด้านทิศตะวันตกต่อกับทิศใต้ แล้วย้ายที่ว่าการมณฑลจากพระที่นั่งพิมานรัตยามาตั้งที่อาคารที่ทำการภาคในขณะนั้น
          สิ่งก่อสร้างที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจากนั้นจึงมีการใช้งานกันเรื่อยมา ทั้งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และที่ทำการมณฑลเทศาภิบาลจนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 จึงได้มีการซ่อมแซมและบูรณะอาคารต่าง ๆ อีกครั้ง

พระยาโบราณราชธานินทร์
          ในระหว่างที่พระยาโบราณราชธานินทร์ ดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาล มณฑลอยุธยา ท่านได้ทำการศึกษาและรวบรวมเรื่องราว รวมทั้งวัตถุสิ่งของสำคัญในบริเวณกรุงเก่าและบริเวณใกล้เคียงไว้เป็นจำนวนมาก มาเก็บรักษาไว้ที่พระราชวังจันทรเกษม จนกระทั่งในปีพุทธศักราช 2445 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงแนะนำให้พระยาโบราณราชธานินทร์ จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ เรียกว่า “โบราณพิพิธภัณฑ์” โดยในระยะแรกนั้นใช้ตึกโรงม้าพระที่นั่งเป็นที่เก็บรวบรวม
          ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายวัตถุต่าง ๆ จากโรงม้าพระที่นั่งเข้ามาเก็บรักษาและตั้งแสดงที่บริเวณอาคารพลับพลาจัตุรมุข พร้อมทั้งจัดสร้างระเบียงตามแนวอาคารด้านทิศเหนือ และทิศตะวันออก เพื่อจัดตั้งวัตถุ ศิลาจารึก และประติมากรรรมต่าง ๆ ตั้งชื่อว่า “อยุธยาพิพิธภัณฑ์”
           ต่อมา ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2479 กรมศิลปากร ได้ประกาศ ให้อยุธยาพิพิธภัณฑ์เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในนาม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม"


วัน/เวลาเปิด-ปิดและค่าธรรมเนียมการเข้าชม :  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum)
         วันเปิดบริการ :  เปิดบริการวันพุธ - วันอาทิตย์ ,ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันนักขัตฤกษ์
         เวลาทำการ :  09.00-1600 น.
         ค่าธรรมเนียมการเข้าชม : ชาวไทย 30 บาท , ชาวต่างชาติ 100 บาท
        
สถานที่ตั้ง  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum)
         ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

การเดินทางไป  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum)

แผนที่สำหรับเดินทางไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum)

ถึงจุดหมาย : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum)
            เมื่อเราเดินทางไปถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum) มุ่งหน้าไปตามรอยความรุ่งเรืองในอดีตของกรุงศรีอยุธยากับพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ (รูปประกอบ : 15 ม.ค.2560 )  

แผนผังอาคารภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum)

            เราไปชมโบราณสถาน โบราณวัตถุ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ตั้งแต่ทางเข้าครับ
            พลับพลาจตุรมุข 
            เป็นพลับพลาเครื่องไม้ มีมุขด้านหน้า 3 มุข เดิมใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับออกงานว่าราชการและเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 4 เวลาเสด็จประพาส ปัจจุบันจัดแสดงเครื่องใช้ส่วนพระองค์ที่มีอยู่เดิมภายในพระราชวังนี้ เช่น พระแท่นบรรทม พระราชอาสน์ พร้อมเศวตฉัตร พระบรมณ์ฉายาลักษณ์และเครื่องราชูปโภคของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ
( ที่มา : โบชัวร์ "พระนครศรีอยุธยา" ,ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ,เมษายน 2555) 

พลับพลาจตุรมุข

บริเวณภายในพลับพลาจตุรมุข

พระแท่นบรรทม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


เครื่องใช้ส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

หม้อกรองน้ำ เครื่องใช้ส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

โคมไฟเดิม ณ ท้องพระโรง พลับพลาจตุรมุข

พระบรมณ์ฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เครื่องใช้ส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

บริเวณภายในพลับพลาจตุรมุข
            พระที่นั่งพิมานรัตนา
            เป็นตึกหมู่อยู่กลางพระราชวัง ประกอบด้วยอาคาร 4 หลัง คือ อาคารปรัศว์ซ้าย อาคารปรัศว์ขวา พระที่นั่งพิมานรัตนา และศาลาเชิญเครื่อง เคยเป็นศาลากลางมณฑลและจังหวัดมาหลายปี ปัจจุบันจัดแสดงประติมากรรมที่สลักจากศิลา เป็นเทวรูปและพระพุทธรูป พระพิมพ์สมัยต่างๆ และเครื่องแกะสลักฝีมือช่างสมัยอยุธยาตอนปลายและรัตนโกสินทร์
( ที่มา : โบชัวร์ "พระนครศรีอยุธยา" ,ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ,เมษายน 2555) 


พระที่นั่งพิมานรัตนา

            พระที่นั่งพิมานรัตนาอยู่ข้างๆ กับพลับพลาจตุรมุข มีทางเดินเชื่อมต่อถึงกันครับ ไปเดินชมความงดงามทางศิลปะและตามรอยประวัติศาสตร์กันต่อครับ

ทางเดินเชื่อมไปพระที่นั่งพิมานรัตนาจากพลับพลาจตุรมุข

อาคารปรัศว์ซ้าย อาคารปรัศว์ขวา  และศาลาเชิญเครื่อง

ภายในพระที่นั่งพิมานรัตนาการจัดแสดงโบราณวัตถุ

ภายในพระที่นั่งพิมานรัตนาการจัดแสดงโบราณวัตถุ
พระพิมพ์

            สิ่งที่ผู้เขียนแอบยิ้มเมื่อเห็นกลุ่มพระพุทธรูปสำคัญที่พบภายในพระพาหาซ้ายขององค์พระมงคลบพิตร ที่มีจัดแสดงที่บริเวณภายในพระที่นั่งพิมานรัตนาด้วย เนื่องจากผู้เขียนคิดว่ามีการจัดแสดงเฉพาะที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ที่เดียว แต่จริงๆแล้วมีจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษมด้วย

พระพุทธรูปสำคัญที่พบภายในพระพาหาซ้ายขององค์พระมงคลบพิตร

             เดินชมบริเวณพระที่นั่งพิมานรัตนาให้ถึงด้านหลังของพระที่นั่งฯ ครับ ไปชมความงดงามของโบราณศิลปะของเทวรูป พระพุทธรูป และความงามของเครื่องไม้ฝีมือช่างอยุธยาตอนปลาย และรัตนโกสินทร์ตอนต้น

พระที่นั่งพิมานรัตนาการจัดแสดงโบราณวัตถุ

พระพุทธรูปนาคปรก พระที่นั่งพิมานรัตนา

พระที่นั่งพิมานรัตนาการจัดแสดงโบราณวัตถุ

พระที่นั่งพิมานรัตนาการจัดแสดงโบราณวัตถุ

พระที่นั่งพิมานรัตนาการจัดแสดงโบราณวัตถุ

พระที่นั่งพิมานรัตนาการจัดแสดงโบราณวัตถุ
             ผ่านไปแล้ว 2 อาคารการจัดแสดงโบราณวัตถุ เต็มอิ่มกับความงดงามของศิลปะมากครับ ไปตามรอยโบราณสถานกันต่อครับ
            พระที่นั่งพิศัยศัลลักษณ์ หรือ หอส่องกล้อง
            เป็นหอสูง 4 ชั้น สร้างครั้งแรกสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่หักพังลงมาเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 หอที่เห็นในปัจจุบันสร้างสมัยรัชกาลที่ 4 ตามรากฐานของอาคารเดิมและทรงใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรดวงดาว
 ( ที่มา : โบชัวร์ "พระนครศรีอยุธยา" ,ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ,เมษายน 2555) 


พระที่นั่งพิศัยศัลลักษณ์ หรือ หอส่องกล้อง

พระที่นั่งพิศัยศัลลักษณ์ หรือ หอส่องกล้อง
            ตึกที่ทำการภาค
            สร้างขึ้นสมัยพระยาโบราณราชธานินทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า มีลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวสร้างขนานไปกับกำแพงด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ จัดแสดงนิทรรศการถาวร 5 เรื่อง คือ เรื่องศิลปะสถาปัตยกรรมอยุธยา เครื่องปั้นดินเผา สินค้านำเข้าและส่งออกที่สำคัญของอยุธยา อาวุธยุทธภัณฑ์ ศิลปะวัตถุพุทธบูชา และวิถีชีวิตริมน้ำชาวกรุงเก่า
 ( ที่มา : โบชัวร์ "พระนครศรีอยุธยา" ,ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ,เมษายน 2555) 


ตึกทำการภาค

บริเวณจัดแสดงของตึกทำการภาค

บริเวณจัดแสดงของตึกทำการภาค
             สิ่งที่ผู้เขียนอยากให้แวะเยือนอีกจุดที่จัดแสดงตึกทำการภาพคือ ห้องแสดงกลอง และศิลาจารึก ครับ อยากให้มาตามรอยศิลาจารึกอักษรไทย สมัยกรุงศรีอยุธยา หากได้มาชมมาเยือนแล้วลองเปรียบเทียบกับอักษรไทยที่เราใช้ในปัจจุบันดูครับ

บริเวณจัดแสดงของตึกทำการภาค
              จัดแสดงอาวุธยุทธภัณฑ์

อาวุธยุทธภัณฑ์

อาวุธยุทธภัณฑ์
              จัดแสดงสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา เช่น  นภศูล จากวัดพระราม ชมความงดงามของยอดพระปรางค์แบบใกล้ๆ  เสมา สถาปัตยกรรมจำลอง เป็นต้นครับ

นภศูล พระปรางค์วัดพระราม
ชิ้นส่วนลายปูนปั้นประดับสถาปัตยกรรม

เสมา
              ห้องเจ้าคุณเทศาฯ เป็นอีกห้องที่อยากให้ทุกคนมาเยือนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม มาให้ถึงห้องนี้ ห้องนี้จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชีวประวัติของพระยาโบราณราชธานินทร์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นของดั้งเดิม และผลงานต่างๆ ของพระยาโบราณฯ

ห้องเจ้าคุณเทศาฯ ตึกทำการภาค
ห้องเจ้าคุณเทศาฯ ตึกทำการภาค

ภาพภ่ายฝีมือพระยาโบราณฯ

            โบราณสถานที่สำคัญอีกหนึ่งอาคารคือ ตึกโรงม้าพระที่นั่ง เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ตั้งอยู่ริมกำแพงทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

ตึกโรงม้าพระที่นั่ง

            เมื่อชมความงดงามของโบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งแรกของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  อยากชวนคนไทยมาตามรอยประวัติศาสตร์ชาติไทยกันที่นี่ครับ สถานที่เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยของเราครับ
            ตามรอยความรุ่งเรืองในอดีตของกรุงศรีอยุธยาให้ชัดเจน ตามรอยประวัติศาสตร์ชาติไทย  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม (Chantharakasem National Museum)” อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่ไม่ควรพลาดไปเยือนครับ...สวัสดีครับ



วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum) เติมเต็มภาพความรุ่งเรืองในอดีตของกรุงศรีอยุธยา


         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum) จ.พระนครศรีอยุธยา ( ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา )  อีกหนึ่งสถานที่อยากชวนไปเติมเต็มภาพความรุ่งเรืองในอดีตของกรุงศรีอยุธยาให้ชัดเจนครับ


 ประวัติ/ความสำคัญ  : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum)



         เมื่อปีพ.ศ. 2502 ประกอบกับวัตถุโบราณวัตถุสำคัญล้ำค่าจำนวนมากที่พบตามโบราณสถานต่างๆ ทั่วพระนครศรีอยุธยา จำเป็นต้องมีที่เก็บรักษาและจัดแสดง จึงทำให้พิพิธภัณฑ์อันทรงคุณค่าแห่งนี้เกิดขึ้น
         พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างด้วยเงินจากประชาชนที่เช่าพระพิมพ์ที่ขุดได้จากกรุวัดราชบูรณะซึ่งเป็นวัดที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ทรงสร้าง จึงให้ใช้ชื่อว่า "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา"



          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.9) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.2504 และเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2504
( ที่มา : โบชัวร์ "พระนครศรีอยุธยา" ,ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ,เมษายน 2555) 


วัน/เวลาเปิด-ปิดและค่าธรรมเนียมการเข้าชม :  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum)
         วันเปิดบริการ :  เปิดบริการทุกวัน
         เวลาทำการ :  09.00-1600 น.
         ค่าธรรมเนียมการเข้าชม : ชาวไทย 30 บาท , ชาวต่างชาติ 150 บาท
         

ป้ายปิดประกาศงดเก็บค่าเข้าชมในบางโอกาสสำคัญ

สถานที่ตั้ง  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum)
         ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

การเดินทางไป  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum)

แผนที่สำหรับเดินทางไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum)

ถึงจุดหมาย : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum)
            เมื่อเราเดินทางไปถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum) มุ่งหน้าไปตามรอยความรุ่งเรืองในอดีตของกรุงศรีอยุธยากันครับ (รูปประกอบ : 5 ม.ค.2560 )  
ข้อปฏิบัติการเข้าชม
            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum) จัดแสดง 3 อาคาร

แผนผังอาคารจัดแสดง 3 อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
  • หมายเลข 1 : อาคาร 1
  • หมายเลข 2 : อาคาร 2
  • หมายเลข 3 : อาคาร 3
            อาคาร 1 
            อาคาร 1 ชั้น 1 จัดแสดงโบราณศิลปะวัตถุที่ขุดค้นพบจากการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานใน จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่าง พ.ศ.2499-2500
( ที่มา : โบชัวร์ "พระนครศรีอยุธยา" ,ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ,เมษายน 2555) 

โบราณศิลปะวัตถุบริเวณอาคารชั้น 1

โบราณศิลปะวัตถุบริเวณอาคารชั้น 1

โบราณศิลปะวัตถุบริเวณอาคารชั้น 1
            เราไปชมความงดงามของโบราณศิลปะวัตถุกันครับ บริเวณอาคาร 1 ชั้น 1 สิ่งที่ต้องทำหรือห้ามพลาดคือ ชมความงดงามโบราณศิลปะวัตถุขององค์พระและสักการะพระพุทธรูปศิลาขาว "ปางปฐมเทศนา" หรือหลวงพ่อประทานพร เป็นหนึ่งในสี่องค์ที่ประดิษฐานในประเทศไทย อายุมากกว่า 1,000 ปี และเศียรพระธรรมิกราช เศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่สมัยอู่ทองจากวัดธรรมมิกราชองค์จริง

พระพุทธรูปศิลาขาว "ปางปฐมเทศนา" เป็นหนึ่งในสี่องค์ที่ประดิษฐานในประเทศไทย

พระพุทธรูปศิลาขาว "ปางปฐมเทศนา" เป็นหนึ่งในสี่องค์ที่ประดิษฐานในประเทศไทย

พระพุทธรูปศิลาขาว "ปางปฐมเทศนา" เป็นหนึ่งในสี่องค์ที่ประดิษฐานในประเทศไทย
เศียรพระธรรมิกราช เศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่สมัยอู่ทองจากวัดธรรมมิกราชองค์จริง

เศียรพระธรรมิกราช เศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่สมัยอู่ทองจากวัดธรรมมิกราชองค์จริง
            โบราณศิลปะวัตถุบริเวณอาคาร 1 ชั้น 1 ค่อยๆ เดิน ค่อยๆชมความงดงามทางศิลปะของแต่ละยุคแต่ละสมัยในแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาครับ

คันทวย ( วัสดุ : ไม้  ที่มา : วัดตะกู พระนครศรีอยุธยา)

กรอบจำหลักลายพุ่มข้าวบิณฑ์และลายก้านขด ( วัสดุ : ไม้  ศิลปะอยุธยา/พุทธศตวรรษที่ 21-22)

หน้าบันจำหลักรูปนารายณ์ทรงครุฑ ( วัสดุ : ไม้  ศิลปะอยุธยา/พุทธศตวรรษที่ 22-23 ที่มา : วัดแม่นางปลื้ม พระนครศรีอยุธยา)

หน้าบันจำหลักลายดอกพุดตานและกระต่าย ( วัสดุ : ไม้  ศิลปะรัตนโกสินทร์/พุทธศักราช 2467 ที่มา : วัดหนองน้ำส้ม พระนครศรีอยุธยา)

ครุฑโขนเรือ ( วัสดุ : ไม้  ศิลปะอยุธยา/พุทธศตวรรษที่ 22-23 ที่มา : แม่น้ำลพบุรี พระนครศรีอยุธยา)

พระพุทธรูปนาคปรก ( วัสดุ : หินทราย  ศิลปะเขมรในประเทศไทย/พุทธศตวรรษที่ 17 ที่มา : วัดหน้าพระเมรุ พระนครศรีอยุธยา)
            กลุ่มพระพุทธรูปจากกรุวัดราชบูรณะ

กลุ่มพระพุทธรูปจากกรุวัดราชบูรณะ

กลุ่มพระพุทธรูปจากกรุวัดราชบูรณะ

            กลุ่มพระพุทธรูปจากวัดมหาธาตุ

กลุ่มพระพุทธรูปจากวัดมหาธาตุ

            กลุ่มศิลปกรรมสำคัญที่พบในวัดศรีสรรเพชญ์

 กลุ่มศิลปกรรมสำคัญที่พบในวัดศรีสรรเพชญ์

            กลุ่มพระพุทธรูปสำคัญที่พบภายในพระอุระและพระพาหาซ้ายขององค์พระมงคลบพิตร

กลุ่มพระพุทธรูปสำคัญที่พบภายในพระอุระและพระพาหาซ้ายขององค์พระมงคลบพิตร

กลุ่มพระพุทธรูปสำคัญที่พบภายในพระอุระและพระพาหาซ้ายขององค์พระมงคลบพิตร

กลุ่มพระพุทธรูปสำคัญที่พบภายในพระอุระและพระพาหาซ้ายขององค์พระมงคลบพิตร

            กลุ่มพระพุทธรูปจากวัดธรรมิกราช

กลุ่มพระพุทธรูปจากวัดธรรมิกราช

กลุ่มพระพุทธรูปจากวัดธรรมิกราช

            กลุ่มพระพุทธรูปจากต่างประเทศ

กลุ่มพระพุทธรูปจากต่างประเทศ

            นอกจากนี้บริเวณอาคาร 1 ชั้น 1 อยู่ติดกับเศียรพระธรรมิกราชจะมีห้องแสดงโบราณวัตถุที่สำคัญจากวัดราชบูรณะ เป็นอีกห้องต้องเข้าเยี่ยมชมครับ
            อาคาร 1 ชั้น 2  จัดแสดงเครื่องทอง 2 ห้อง ประกอบด้วย ห้องที่ 1 คือ ห้องเครื่องทองกรุวัดราชบูรณะ และ ห้องที่ 2 คือ ห้องพระบรมสารีริกธาตุและห้องเครื่องทองวัดมหาธาตุ ส่วนรอบเฉลียงแสดงพระพิมพิมพ์ที่ทำด้วยชิน เหรียญ เงินตรา และดินเผา

ส่วนรอบเฉลียงอาคาร 1 ชั้น 2

ส่วนรอบเฉลียงอาคาร 1 ชั้น 2 แสดงเหรียญและเงินตรา

ส่วนรอบเฉลียงอาคาร 1 ชั้น 2 แสดงเหรียญและเงินตรา

ส่วนรอบเฉลียงอาคาร 1 ชั้น 2 แสดงเหรียญและเงินตรา
             ส่วนสำคัญที่ต้องทำและห้ามพลาดของอาคาร 1 ชั้น 2 คือการเข้าชมความงดงามของเครื่องทองและสักการะพระบรมสารีริกธาตุของ 2 ห้องนี้
             ห้องที่ 1 คือ ห้องเครื่องทองกรุวัดราชบูรณะ จัดแสดงเครื่องทองที่พบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ มีโบราณวัตถุที่สำคัญหลายชิ้นครับ ห้องนี้เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาแจ้งว่าห้ามถ่ายรูป และมีป้ายกำกับไว้ชัดเจนครับ อยากให้ทุกคนในเมืองไทยมาดูความงดงามทางโบราณศิลปะของเครื่องทองด้วยตนเองครับ

ห้องเครื่องทองกรุวัดราชบูรณะ

ห้องเครื่องทองกรุวัดราชบูรณะ 

             ห้องที่ 2 คือ ห้องพระบรมสารีริกธาตุและห้องเครื่องทองวัดมหาธาตุ จัดแสดงเครื่องทองที่พบในกรุพระปรางค์วัดวัดมหาธาตุ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในผอบทองคำ ห้องนี้เป็นอีกหนึ่งห้องที่เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาแจ้งว่าห้ามถ่ายรูป และมีป้ายกำกับไว้ชัดเจนครับ ห้องนี้เป็นห้องที่ผู้เขียนคิดว่าใครมาที่นี่แล้วต้องขึ้นมากราบพระบรมสารีริกธาตุให้ได้ครับ

ห้องพระบรมสารีริกธาตุและห้องเครื่องทองวัดมหาธาตุ

            อาคาร 2
            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา อาคาร 2 จัดแสดงโบราณศิลปะวัตถุที่พบในประเทศไทยตามลำดับอายุ สมัยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 11-24






            อาคาร 3
            อาคาร 3 เป็นเรือนไทยที่สร้างเป็นหมู่เรือนไทยภาคกลาง ปลูกอยู่กลางคูน้ำ ภายในเรื่อนไทยจัดแสดงศิลปะพื้นบ้าน เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยสมัยก่อน
 ( ที่มา : โบชัวร์ "พระนครศรีอยุธยา" ,ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ,เมษายน 2555) 
            ในช่วงที่ผู้เขียนไปเยือนเรือนไทยอาคาร 3 เป็นช่วงที่ทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จัดแสดงนิทรรศการพิเศษ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระชนมายุครบ 7 รอบ เรื่อง "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กับงานด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่พระนครศรีอยุธยา" ตั้งแต่ เม.ย.2559 - เม.ย.2560

อาคาร 3 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

อาคาร 3 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

ป้ายแนะนำนิทรรศการพิเศษ เรื่อง "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กับงานด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดืที่พระนครศรีอยุธยา" 
            การจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ เรื่อง "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กับงานด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่พระนครศรีอยุธยา" ห้องที่ 1 : พระมหากรุณาธิคุณต่องานด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี

ห้องที่ 1 : พระมหากรุณาธิคุณต่องานด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี

ห้องที่ 1 : พระมหากรุณาธิคุณต่องานด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี
            ห้องที่ 2 : 7 ขุมทรัพย์ ห้ามพลาดที่พระนครกรุงศรีอยุธยา

ห้องที่ 2 : 7 ขุมทรัพย์ ห้ามพลาดที่พระนครกรุงศรีอยุธยา

ห้องที่ 2 : 7 ขุมทรัพย์ ห้ามพลาดที่พระนครกรุงศรีอยุธยา
            เมื่อชมความงดงามทางโบราณศิลปะและตามรอยประวัติศาสตร์ชาติไทย ทำให้ผมอยากบอกคนไทยทุกคนครับว่า อยากให้ทุกคนคนไทยมาที่นี่ครับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum) สถานที่เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยของเราครับ
            ไปเติมเต็มภาพความรุ่งเรืองในอดีตของกรุงศรีอยุธยาให้ชัดเจน ตามรอยประวัติศาสตร์ชาติไทย  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum)” อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทยที่ไม่ควรพลาดไปเยือนครับ...สวัสดีครับ